HERMES : Arceau L’heure de la lune

BY Black leather jacket

  • 13 กรกฏาคม 2563
  • 7,196

Arceau L’heure de la lune (อาร์โซ เลอร์ เดอ ลา ลูน)  กับหน้าปัดโฉมใหม่ นำเสนอมุมมองของดวงจันทร์ซึ่งเป็นดาวบริวารของโลกในแบบที่ไม่เหมือนใคร โดยแสดงภาพข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ทั้งจากซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ไปพร้อม ๆ กัน

 

หน้าปัดย่อยสองหน้าปัดหมุนโคจรเหนือพื้นหน้าปัดที่ทำด้วยหินอุกกาบาตของดวงจันทร์ (Lunar) ดาวอังคาร (Martian) หรือแบล็ค ซาฮาร่า (Black Sahara) เผยภาพของดวงจันทร์ที่รังสรรค์จากแผ่นแม่มุก และเคลื่อนที่ไปพร้อมกับโมดูลพิเศษ ควบคู่กับกลไกซับซ้อนที่ HERMES ผลิตขึ้นโดยเฉพาะ  ถือเป็นเรือนไฮไลท์สำคัญของงาน Watches & Wonders 2020

 

 

ด้วยการออกแบบกลไกซับซ้อนที่ไม่เหมือนใคร นาฬิกา Arceau L’heure de la lune รุ่นนี้ ตีความและถ่ายทอดเรื่องราวความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาของ HERMES กลไกที่ห่อหุ้มภายใต้ตัวเรือนไวท์โกลด์หรือแพลทตินัม ให้สัมผัสบางเบาจนแทบไม่สังเกตเห็น  หินอุกกาบาตฝังอยู่ในแผ่นแม่มุกก่อตัวเป็นห้วงอวกาศ โดยมีหน้าปัดย่อยเปรียบดั่งดาวเทียมหมุนโคจรอยู่เหนือดวงจันทร์ เพื่อปิดบังหรือเผยให้เห็นดวงจันทร์ในลักษณะที่ดูสมจริง แฝงลูกเล่นด้วยการสลับตำแหน่งกลับทิศทางให้ซีกโลกใต้มาอยู่บนซีกโลกเหนือ เป็นความคิดนอกกรอบที่แสดงถึงชั้นเชิง ชวนให้ผู้สวมใส่ได้สังเกต และปล่อยใจให้ล่องลอยตามจินตนาการท่ามกลางหมู่ดาวที่ระยิบระยับบนหน้าปัด

 

Photo: Courtesy of HERMES

 

ม้าสัญลักษณ์ที่แสดงถึงจุดกำเนิดของแบรนด์แอร์เมส  ควบย่างอย่างสง่างามสู่โลกแห่งความฝัน ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ดวงจันทร์ประดับตกแต่งลายเพกาซัส ออกแบบโดยดีไซเนอร์ช่างฝันดิมิทรี ไรบัลต์เชนโค่ (Dimitri Rybaltchenko) ภาพม้ามีปีกชื่อว่า Pleine Lune (Full Moon) ที่แปลว่า พระจันทร์เต็มดวง ถ่ายทอดเรื่องราวระหว่างสองโลก ที่ซึ่งโลกแห่งมนตราและความเป็นจริงมาบรรจบกัน ในขณะที่ฝั่งตรงข้าม ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เป็นภาพมุมมองดวงจันทร์จากฝั่งซีกโลกเหนือ สะท้อนให้เห็นในพื้นผิวที่ดูสมจริง

 

Photo: Courtesy of HERMES

 

พร้อมกับเลขกราฟิกที่อ่านง่ายสบายตา ดวงจันทร์คู่ค่อย ๆ เคลื่อนบังหน้าปัดโดยใช้หลักการทำงานของรูรับแสงแบบดั้งเดิม แทนการบดบังทั้งหน้าปัด จึงได้มุมมองที่เป็นอิสระจากกฎเกณฑ์แห่งการทำนาฬิกาในแบบฉบับของแอร์เมส นาฬิกาอาร์โซโดดเด่นด้วยหูตัวเรือนแบบอสมมาตร ออกแบบโดย อองรี ดอริญี (Henri d’Origny) ในปี 1978 เผยพื้นผิวบนดวงจันทร์ที่ผลิตจากหินอุกกาบาต ขณะที่หน้าปัดย่อยเคลือบเงาเคลื่อนวนราวดาวเทียม แสดงเลขอารบิกตัวเอียงอันเป็นเอกลักษณ์ เรือนเวลาชั้นสูงนี้ มาคู่กับสายหนังจระเข้เนื้อแมตต์ 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ สีน้ำตาลฮาวานา และสีเขียวมะกอก