DIOR

• Winter 2020

BY KV

  • 19 ตุลาคม 2563
  • 3,531

อดีต ปัจจุบัน และกูตูร์ สำหรับคอลเลคชันเครื่องแต่งกายชายประจำฤดูหนาว 2020-2021 คิม โจนส์ (Kim Jones) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ได้แรงบันดาลใจจากฐานข้อมูลของดิออร์และภาพวาดประกอบ

เพื่อเป็นการฉลองความสง่างามอันไร้ซึ่งกาลเวลาของแบรนด์ การเดินทางสู่หัวใจแห่งความเป็นโอตกูตูร์และการสดุดีจูดี เบลม (Judy Blame) บุคคลที่มีบทบาทสำคัญยิ่งและสัญลักษณ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มองไปสู่อนาคตข้างหน้าเสมอ

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

โครงร่างในคอลเลคชันนี้เน้นไปที่การศึกษาคุณค่าแห่งความเป็นเยี่ยมและเอกลักษณ์อันจริงแท้ ซึ่งชวนให้นึกถึงแฟชั่นที่ไม่เป็นเพียงแค่ผลงานชิ้นสำเร็จ แต่คือกระบวนแห่งการสร้างสรรค์ เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับมาพร้อมกับซิปที่ได้รับการทำขึ้นเป็นพิเศษเพื่อเสริมงานคอนสตรัคชันให้ดียิ่งขึ้น และยังเน้นให้ความสำคัญกับรายละเอียดและงานคัตติ้งเป็นพิเศษเพื่อร่วมรำลึกถึงความรักที่คริสเตียน ดิออร์มีต่องานสถาปัตยกรรม แคนวาส Dior Obliqueได้รับการนำกลับมานำเสนอใหม่ในรูปแบบของงานปักเลื่อม ในขณะที่โลโกดิออร์ปักไว้ด้วยเข็มหมุด ซึ่งเป็นการสดุดีสไตล์แบบ DIY ของจูดี เบลม

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

หลักปฏิบัติสำคัญของดิออร์ ราวกับการเตือนให้นึกถึงงานโอตกูตูร์ ปรากฏอยู่ในรูปของงานเอฟเฟคมัวเรบนผ้าไหม งานปัก และลายอาราเบสค์และเพสลีย์ ที่ช่วยเติมเต็มให้ผลงานอันเป็นมรดกตกทอดสืบมาของแบรนด์มั่งคั่งยิ่งขึ้น  ถุงมือโอเปราช่วยเสริมลุคแต่ละลุคให้สมบูรณ์แบบ ในขณะที่กระดุมได้รับการหุ้มด้วยผ้า เช่นเดียวกับ กระดุมของ Bar Jacket อันเป็นไอคอนของดิออร์ ซึ่งปรากฏอยู๋เคียงข้างมรดกแห่งความทรงจำ อาทิ เฉดสีเทาและฟ้า การเล่นกับเรื่องของวอลลูม และจับพลีตและเดรปที่ชวนให้นึกถึง ‘flou’ และเทคนิคงานตัดเย็บแบบเทลเลอริง

 

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

เครื่องประดับชวนให้นึกถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของวงการแฟชั่น รองเท้ามาพร้อมเสน่ห์แบบคลาสสิคที่สะท้อนถึงงานฝีมือเครื่องหนังอันเป็นเยี่ยม อันถือเป็นอีกแง่มุมหนึ่งของมรดกที่สืบทอดต่อมาจนถึงปัจจุบันในของแบรนด์ดิออร์ กระเป๋า The Saddle ได้รับการนำมาตีความใหม่ ในรูปทรงที่ลื่นไหลกว่าเดิมในรูปแบบของ The Soft Saddle กระเป๋าในคอลเลคชันนี้ยังชวนให้นึกถึงกระเป๋าใส่เอกสารแบบกราฟิกและกระเป๋ากล้อง สรรสร้างขึ้นในหนังคาล์ฟสกินขัดเงา ปรากฏเฉดสีเรียบ ๆ อาทิ ดำ น้ำตาลคาเมล-วิคูยา และน้ำเงินกรมท่า โดยมาพร้อมกับลาย Dior Oblique เอกลักษณ์สำคัญของดิออร์ พร้อมงานปักเลื่อมหรือในเวอร์ชั่นของงานผ้าทอด้วยมือ

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

ลาย The Toile de Jouy ซึ่งใช้ตกแต่งบูติคแห่งแรกของคริสเตียน ดิออร์ ที่เรียกว่า “COLIFICHETS” ที่ได้กลายมาเป็นเอกลักษณ์สำคัญของดิออร์นี้จับมือมาพร้อมกับลายใหม่ในชื่อ “Toile de Judy” ซึ่งเป็นการออกแบบร่วมกันกับ The Trust Judy Blame Foundation และมีที่มาจากผลงานที่ถือเป็นการปฏิวัติวงการของศิลปินผู้นี้

 

Photo: Courtesy of DIOR

 

สำหรับผลงานจิวเวลรีที่ออกแบบโดย ยูน อาห์น (Yoon Ahn) มีจุดเด่นที่การนำงานของจูดี เบลม มาตีความใหม่ ผ่านองค์ประกอบเมทัลลิคที่สลักหรือตอกนูนด้วยโลโก้ดิออร์ และตกแต่งเพิ่มเติมด้วยลาย Cannage หรือดอกลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์ หมวกเบอเรต์โดยสตีเฟน โจนส์ (Stephen Jones) ช่วงทำหมวกของดิออร์ ถือเป็นการสดุดีวัฒนธรรมแบบปารีส และขบวนการ Buffalo ที่บุกเบิกในช่วงทศวรรษที่ 1980s ทั้งนี้ ผลงานในคอลเลคชันเครื่องแต่งกายชายประจำฤดูหนาว 2020-2021 เปรียบได้กับบทสนทนาระหว่างผลงานอันเป็นมรดกตกทอดของแบรนด์ดิออร์และจูดี เบลมที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและงานสร้างสรรค์อันทันสมัย