DIOR • Spring/Summer 2025
- 27 มีนาคม 2568
-
2,889
คิม โจนส์ ออกแบบคอลเลคชั่น Dior ฤดูร้อน 2025 โดยยกย่องงานฝีมือท้องถิ่นและมรดกทางศิลปะที่เชื่อมโยง Dior กับศิลปินรุ่นก่อน อาทิ คริสเตียน ดิออร์ และฮีลตัน เนล ศิลปินเซรามิกจากแอฟริกาใต้ การผสมผสานศิลปะและแฟชั่นในคอลเลคชั่นนี้สะท้อนถึงความรักและทุ่มเทให้กับงานประยุกต์ศิลป์
จุดเด่นของคอลเลคชั่นอยู่ที่โครงสร้างชุดทำงาน ซึ่งปรับให้หรูหราและสวมใส่ได้จริง ลวดลายและแรงบันดาลใจมาจากมหาประติมากรรมพื้นบ้านของฮีลตัน เนล ผสานกับเทคนิคเย็บปักของ Dior เพื่อสร้างสรรค์ชุดสูท แจ็กเก็ต และเสื้อผ้าที่มีหัวไหล่กลมมน ให้สัมผัสอ่อนช้อยแต่ยังคงเอกลักษณ์ของเครื่องแต่งกายชาย รายละเอียดของเนื้อผ้าและการตัดเย็บถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างความสง่างามและความสบายในการสวมใส่
นอกจากนี้ คอลเลคชั่นยังนำแรงบันดาลใจจากแฟ้มบันทึกของห้องเสื้อ Dior อาทิ ภาพร่างเสื้อโค้ตของแซงต์-โลรองต์ ปี 1958 ซึ่งไม่เคยถูกตัดเย็บมาก่อน นำมาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยงานฝีมือชั้นสูง อีกทั้งลวดลาย "Negatif" จากคอลเลคชั่นปี 1960 ถูกนำมาตกแต่งบนปกเสื้อด้วยเทคนิคเซรามิกที่ใช้เวลาผลิตนานหลายเดือน ความละเอียดอ่อนของงานออกแบบเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความลึกซึ้งของประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณของ Dior
ในด้านเครื่องประดับ รองเท้า clog สไตล์ดั้งเดิมถูกปรับให้เป็น Derby และ biker boot ด้วยวัสดุไม้บีชและหนังลูกวัวเพื่อความสบาย การผลิตรองเท้าแต่ละคู่ผ่านกระบวนการฝีมือชั้นสูง เพื่อให้ได้รูปทรงที่ร่วมสมัยและเหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขณะที่กระเป๋า Saddle ยังคงเป็นไฮไลต์ โดยเพิ่มลูกเล่นโค้งมนและวัสดุใหม่ เช่น ใบปาล์มราฟเฟียและเซรามิก กระเป๋ารุ่นนี้ได้รับการปรับดีไซน์ให้ดูอ่อนช้อยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
หมวก Cloche ที่ออกแบบโดยสตีเฟน โจนส์ ผลิตร่วมกับช่างฝีมือท้องถิ่นในแอฟริกาใต้ ผสานกับการตกแต่งลูกปัดเซรามิกจากช่างหัตถกรรมปารีส เพื่อสะท้อนสมดุลระหว่างศิลปะพื้นบ้านและหัตถศิลป์ชั้นสูง นอกจากนี้ ยังมีเครื่องประดับอื่น ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อเสริมให้แต่ละลุคมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผสานกลิ่นอายแห่งความร่วมสมัยและวัฒนธรรมดั้งเดิมได้อย่างลงตัว
Dior ฤดูร้อน 2025 ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เป็นบทสรุปของความเสมอภาคในงานศิลปะและงานฝีมือ ทุกองค์ประกอบถูกรังสรรค์ด้วยความเคารพต่อรากเหง้าทางศิลปะและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผสานเป็นหนึ่งเดียวในสุนทรียะแห่ง Dior คอลเลคชั่นนี้จึงไม่เพียงแต่สะท้อนถึงอดีตและปัจจุบันของแบรนด์ แต่ยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของแฟชั่นที่เคารพต่อศิลปะและวัฒนธรรมของโลกอีกด้วย