CREED: When Fragrance Becomes a Legacy
- 33 นาทีที่ผ่านมา
-
5,890
น้ำหอมกลายเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่น แบรนด์จำนวนมากใช้ภาพลักษณ์ ความหรูหรา และแคมเปญระดับโลกเพื่อสร้างตัวตนให้กับกลิ่นหนึ่งขวด แต่สำหรับ House of Creed เรื่องราวกลับเริ่มต้นจากสิ่งที่ใกล้ตัวกว่านั้นมาก นั่นคือเสื้อผ้า ถุงมือหนัง และงานฝีมือสำหรับชนชั้นสูงในลอนดอนเมื่อปี 1760 ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาสู่หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกของ Haute Perfumery วันนี้ Creed ยังคงเล่าเรื่องของตัวเองผ่านมรดกกว่า 250 ปี และการสืบทอดงานฝีมือผ่าน 7 เจเนอเรชัน
James Henry Creed ก่อตั้ง House of Creed บน Conduit Street ในกรุงลอนดอน โดยเริ่มต้นในฐานะร้านตัดเสื้อที่รับใช้ราชวงศ์และชนชั้นสูงของอังกฤษ จุดเปลี่ยนสำคัญของตำนานแบรนด์เกิดขึ้นจากเรื่องเล่าที่เชื่อมโยง Creed เข้ากับ King George III เมื่อถุงมือหนังถูกอบด้วยกลิ่นหอมเพื่อช่วยลดกลิ่นของหนัง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่าง Creed กับโลกแห่งน้ำหอม แม้รายละเอียดของเหตุการณ์นี้จะถูกเล่าในฐานะตำนานของแบรนด์ และ Creed เองก็ใช้คำว่า “allegedly” เมื่อกล่าวถึงเรื่องดังกล่าว แต่เรื่องนี้สะท้อนจุดกำเนิดที่น่าสนใจของ Maison ได้ดี นั่นคือการมองกลิ่นหอมเป็นส่วนหนึ่งของงานฝีมือและการแต่งตัวมาตั้งแต่แรก

เมื่อเวลาผ่านไป Creed ค่อยๆ เปลี่ยนจาก British tailoring house ไปสู่โลกของ French Haute Perfumery โดยสำนักงานใหญ่ย้ายมายังปารีส และแบรนด์สร้างชื่อจากการทำงานให้กับกลุ่มลูกค้าระดับราชวงศ์และชนชั้นสูงในยุโรป สิ่งที่น่าสนใจคือ DNA เดิมของงานตัดเสื้อยังคงอยู่ เพียงเปลี่ยนจากการออกแบบ silhouette บนร่างกาย มาเป็นการออกแบบ “silhouette ของกลิ่น” แทน แต่ละองค์ประกอบต้องถูกวางในตำแหน่งที่เหมาะสมเพื่อสร้างบุคลิกของน้ำหอม เหมือนการตัดสูทที่ดีซึ่งไม่ได้วัดกันแค่ผ้าที่ใช้ แต่รวมถึงรายละเอียดของงานด้วย
หัวใจสำคัญของ Creed คือแนวคิด Millésime คำจากภาษาฝรั่งเศสที่ยืมมาจากโลกของไวน์ ใช้พูดถึงผลผลิตจากปีและแหล่งกำเนิดที่มีคุณภาพเป็นพิเศษ สำหรับ Creed แนวคิดนี้ถูกนำมาใช้กับน้ำหอมผ่านการเลือกวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูงจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก ก่อนนำมาชั่ง ผสม และหมักบ่ม โดยหลายขั้นตอนยังทำด้วยมือในโรงงานใกล้ Fontainebleau ประเทศฝรั่งเศส กระบวนการนี้ใช้เวลาและแรงงานมากกว่าวิธีอุตสาหกรรมทั่วไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีที่แบรนด์ใช้รักษาคาแรกเตอร์ของน้ำหอมแต่ละรุ่น
ความน่าสนใจของ Millésime อยู่ที่วัตถุดิบจากธรรมชาติไม่ได้เหมือนกันแบบเป๊ะๆ ทุกปี แสงแดด ปริมาณฝน ดิน และสภาพอากาศสามารถส่งผลต่อกลิ่นของดอกไม้และพืชได้ Creed จึงมองความแตกต่างเล็กๆ เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเสน่ห์ เช่น Rose de Mai จาก Grasse, Bergamot จาก Calabria, Iris จาก Florence หรือ Vetiver จาก Haiti วัตถุดิบแต่ละชนิดมีแหล่งกำเนิดและบุคลิกของตัวเอง และกลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่โลกของน้ำหอม Creed ให้ความสำคัญกับ provenance หรือที่มาของวัตถุดิบมากพอๆ กับสูตรของกลิ่น
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้กลิ่นของ Creed มีบุคลิกชัดคือการสร้างโครงสร้างกลิ่นแบบมีเลเยอร์ ตั้งแต่โน้ตเปิด หัวใจของน้ำหอม ไปจนถึงเบสที่ค่อยๆ ปรากฏบนผิว วัตถุดิบอย่าง iris ยังถูกใช้ในฐานะตัวช่วยตรึงและเพิ่มความเข้มขององค์ประกอบอื่น ขณะที่ ambergris เป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์และสูตรของ Creed หลายรุ่น รวมถึง Aventus ซึ่งใช้ ambergris ในฐานะส่วนหนึ่งของเบสโน้ต

สิ่งที่ทำให้ Creed น่าสนใจสำหรับผู้ชายยุคนี้จึงไม่ใช่เพียงคำว่า luxury หรือ royal heritage แต่คือวิธีที่แบรนด์เชื่อมกลิ่นเข้ากับ personal style น้ำหอมไม่ได้ทำหน้าที่แค่ทำให้ตัวหอม แต่มันกลายเป็นรายละเอียดสุดท้ายของการแต่งตัว คล้ายกับนาฬิกา รองเท้า หรือสูทที่คนอื่นอาจสังเกตเห็นก่อนจะรู้ว่าเราเลือกมันด้วยเหตุผลอะไร
Creed จึงมีตำแหน่งที่น่าสนใจในโลกแฟชั่น เพราะแบรนด์ไม่ได้พยายามเปลี่ยนน้ำหอมให้เป็นแฟชั่นตามฤดูกาล หากยังคงยึดกับงานฝีมือ วัตถุดิบ และเรื่องราวที่เดินทางข้ามเวลา ตั้งแต่ร้านตัดเสื้อในลอนดอนปี 1760 จนถึงน้ำหอมที่อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งของผู้ชายยุคใหม่กว่า 260 ปีต่อมา ความหรูหราของ Creed จึงไม่ได้อยู่ที่ขวดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ในวิธีคิดที่มอง “กลิ่น” เป็นส่วนหนึ่งของตัวตน








