6 น้ำหอม BVLGARI ที่ผู้ชายควรรู้จัก
- 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
-
3,595
BVLGARI อาจเป็นชื่อที่ผู้ชายส่วนใหญ่นึกถึงเมื่อพูดถึงเครื่องประดับ นาฬิกา หรือโรงแรมหรู แต่โลกของแบรนด์จากอิตาลีไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เพราะอีกหนึ่งพื้นที่ที่ BVLGARI สร้างตัวตนได้อย่างชัดเจนคือเรื่องของน้ำหอม โดยเฉพาะกลิ่นสำหรับผู้ชายที่มีตั้งแต่ความสดสะอาดแบบ Citrus และ Aquatic ไปจนถึง Woody, Leather, Tobacco และ Musk ที่ให้คาแรกเตอร์เข้มขึ้น
สิ่งที่ทำให้คอลเลคชั่นน้ำหอมของ BVLGARI น่าสนใจคือความหลากหลายของบุคลิก แต่ละกลิ่นมีอารมณ์แตกต่างกันอย่างชัดเจน และสามารถเลือกใช้ตามเวลา สถานที่ หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่สวมอยู่ในวันนั้นได้ สำหรับผู้ชายที่ไม่อยากมีน้ำหอมเพียงขวดเดียว แต่ต้องการกลิ่นที่เข้ากับชีวิตหลายรูปแบบ นี่คือ 6 รุ่นที่น่าทำความรู้จัก

เริ่มจาก BVLGARI Pour Homme น้ำหอมรุ่นคลาสสิกที่เปิดตัวมาตั้งแต่ยุคแรกๆ ของไลน์น้ำหอมผู้ชายของแบรนด์ กลิ่นเริ่มต้นด้วย Bergamot, Lavender และ Citrus ก่อนค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่ Pepper, Wood และ Cardamom แล้วทิ้งท้ายด้วย Musk, Vetiver และ Amber ความน่าสนใจอยู่ที่ความสมดุลระหว่างความสดกับความอบอุ่น ทำให้กลิ่นไม่ดูเป็นทางการเกินไปและไม่สบายจนขาดคาแรกเตอร์ เป็นตัวเลือกที่เข้ากับทั้งวันทำงาน การพบปะผู้คน หรือดินเนอร์หลังเลิกงานได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนน้ำหอมระหว่างวัน

ถ้าอยากได้กลิ่นที่มีน้ำหนักมากขึ้น BVLGARI Man Wood Neroli เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ Neroli และ Bergamot เปิดกลิ่นด้วยความสด ก่อนเปลี่ยนเป็น Orange Blossom และ Cedar แล้วลงท้ายด้วย Wood และ Amber คาแรกเตอร์โดยรวมให้ความรู้สึกอบอุ่น สุขุม และมีความเป็นผู้ชายมากขึ้น เหมาะกับช่วงเย็นหรือวันที่อากาศเย็น โดยเฉพาะเมื่อแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต หรือเสื้อผ้าที่มีโครงสร้างชัดเจน

สำหรับผู้ชายที่ชอบกลิ่นเข้มและมีบุคลิก BVLGARI Man In Black คือหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุดในไลน์นี้ Rum และ Tobacco สร้างความรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่ช่วงแรก ก่อนจะตามด้วย Leather และ Iris แล้วจบด้วย Tonka Bean และ Guaiac Wood กลิ่นมีน้ำหนักและให้ภาพของค่ำคืนได้ชัดเจน เหมาะกับดินเนอร์ บาร์ หรือโอกาสที่ต้องการน้ำหอมซึ่งมีตัวตนมากขึ้น และควรฉีดอย่างพอดี เพราะคาแรกเตอร์ของกลิ่นสามารถอยู่ในพื้นที่รอบตัวได้ค่อนข้างชัด

ถ้าชีวิตประจำวันของคุณอยู่กับอากาศร้อนและกิจกรรมกลางแจ้ง BVLGARI Aqva Pour Homme จะเดินไปอีกทาง กลิ่น Citrus และ Orange ให้ความรู้สึกสดชื่น ก่อนเชื่อมเข้ากับ Lavender, Cedar และ Patchouli ทำให้เกิดความสะอาดแบบผู้ชายที่ไม่หวานและไม่จริงจังจนเกินไป เป็นกลิ่นที่หยิบใช้ได้ง่ายตั้งแต่เช้าไปจนถึงช่วงเย็น เหมาะกับวันทำงาน วันหยุด หรือวันที่ต้องการอะไรที่ไม่ซับซ้อน

อีกหนึ่งรุ่นที่มีเอกลักษณ์คือ BVLGARI Man Extreme ซึ่งใช้ Cactus เป็นหนึ่งในโน้ตสำคัญของกลิ่น แล้วเสริมด้วย Bergamot, Cardamom, Amber, Vetiver และ Wood ผลลัพธ์คือความสดแบบมีความแห้งและเป็นผู้ชายมากขึ้น ไม่ได้ไปทางหวานหรือสดใสแบบน้ำหอม Summer ทั่วไป จึงเป็นอีกกลิ่นที่สามารถใช้ได้ตลอดปี และเหมาะกับคนที่ต้องการน้ำหอมที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างจากกลิ่นตลาดทั่วไป

ส่วน BVLGARI Aqva Amara เหมาะกับวันที่อากาศร้อนอย่างชัดเจน Mandarin เปิดกลิ่นด้วยความสด ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Neroli และ Patchouli ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับความเป็น Citrus และ Aquatic กลิ่นมีความสดแต่ยังมีน้ำหนักพอให้ติดอยู่กับผิวได้นาน เหมาะกับช่วงกลางวัน วันหยุดริมทะเล หรือค่ำคืนในเมืองที่ยังมีอากาศร้อนแบบบ้านเรา
การเลือกน้ำหอมจึงไม่จำเป็นต้องมองเพียงว่า “กลิ่นไหนหอมที่สุด” เพราะความหอมที่ดีสำหรับผู้ชายคนหนึ่ง อาจไม่ใช่กลิ่นเดียวกับอีกคน สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรู้ว่าตัวเองต้องการให้กลิ่นทำหน้าที่อย่างไรในแต่ละวัน กลิ่น Citrus และ Aquatic เหมาะกับวันที่ต้องการความสดและความคล่องตัว ส่วน Woody, Leather, Tobacco หรือ Amber จะเข้ากับช่วงเย็นและเสื้อผ้าที่มีน้ำหนักมากขึ้น
ท้ายที่สุด น้ำหอมเป็นหนึ่งในไอเทมที่มองไม่เห็น แต่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของลุคได้ทันที เสื้อผ้าอาจเป็นสิ่งแรกที่คนมองเห็น แต่น้ำหอมคือรายละเอียดที่คนจะจำได้หลังจากคุณเดินผ่านไปแล้ว และนั่นทำให้การเลือกกลิ่นที่เข้ากับตัวเองมีความหมายมากกว่าการเลือกเพียงเพราะมันกำลังเป็นที่นิยม








