Wonderfruit 2018

By PR News ● 16 พฤศจิกายน 2561

วันเดอร์ฟรุ๊ต เฟสติวัลใส่ใจโลกโดยคนไทย เริ่มนับถอยหลังสู่ 4 วันแห่งการเฉลิมฉลองผ่านศิลปะ ดนตรี และไอเดียสร้างสรรค์ ที่ผสานแนวคิดด้านความยั่งยืนและสีสันของวัฒนธรรมอันหลากหลาย งาน #Wonderfruit2018 จะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 ธันวาคม 2561 เหล่าวันเดอเรอร์จะได้เต็มอิ่มกับประสบการณ์ครอบคลุม 6 แขนง ได้แก่ ศิลปะและสถาปัตยกรรม ดนตรี ฟาร์มทูฟีสต์ ทอล์คและเวิร์คช็อป กิจกรรมเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อครอบครัว อีกทั้งโปรแกรมความบันเทิงอีกคับคั่ง บัตรเฟส 3 เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้

 

ไลน์อัพศิลปินชั้นนำ กับแนวดนตรีที่หลากหลาย

นอกเหนือจากไลน์อัพศิลปินชั้นนำที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ นำโดย Goldie and the Ensemble, Nightmares on Wax, Huun Huur Tu, Craig Richards, Margaret Dygas, Job2do, Sirintip, Mathew Jonson (Live), Young Marco, Nicolas Lutz, Sóley, Costlywood และ Knower ในเฟสสุดท้ายนี้ วันเดอร์ฟรุ๊ตตอกย้ำความสนุกด้วยไลน์อัพศิลปินที่มีเอกลักษณ์จากหลากหลายเชื้อชาติ เพื่อเปิดประสบการณ์ทางดนตรีให้ทุกคนได้สัมผัสมากกว่าที่เคย

 

 

พบกับวงโยธวาทิตที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการ cover เพลงแนวเทคโนที่คุ้นหู MEUTE ศิลปินแนว Experiment อย่าง Kangding Ray และดีเจแนวอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก อาทิ Boy Bjorn, Crussen (Live) และ Stavroz (Live) นอกจากนี้ ยังมีการแสดงดนตรีที่ใส่กลิ่นอายวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน โดย Alena Murang, DuOuD และ Mammal Hands และอีกหลากหลายแนวดนตรีจาก Alligatorz, Two Pills After Meal, Weep Show และ Borgar & Howie B

 

 

 

ส่งท้ายคืนวันอาทิตย์ กับประสบการณ์ส่งพลังความรู้สึกสุดล้ำลึก ครั้งแรกในโลก 

การจับมือกันครั้งแรกระหว่างวันเดอร์ฟรุ๊ต และ The Waldorf Project (เดอะวอร์ดอร์ฟ โปรเจ็คท์) ในการสร้างสรรค์ FUTURO-X (ฟิวเจอโร – เอ็กซ์) การแสดงที่แฝงพลังและความหมายสุดลึกซึ้ง ส่งท้ายในคืนวันอาทิตย์ ผลงานจากการนำของ Sean Rogg ศิลปินจากลอนดอนผู้อยู่เบื้องหลัง The Waldorf Project ร่วมด้วยทีมนักเต้นจาก Bangkok Dance Academy และเหล่านักเต้นอาสาสมัครร่วม 250 ชีวิต กับการพยายามสื่อสารพลังแห่งความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจระหว่างกัน (Empathy) ร่วมกับวันเดอเรอร์ภายในงานทุกคน ผ่านท่วงท่าการเต้นรำ

  

และเป็นครั้งแรกกับการนำเทคโนโลยี A.I. มาใช้ประกอบการดีไซน์ท่าเต้น การเคลื่อนไหว และการกำหนดพื้นที่การแสดง ในสเกลใหญ่ระดับเฟสติวัล โดยที่ผ่านมา ศิลปินเคยประสบความสำเร็จกับการทดลองกับกลุ่มผู้ชมขนาดย่อม (40 คน) ในกรุงลอนดอน การแสดงในครั้งนี้ จึงเป็นความตั้งใจครั้งสำคัญของวันเดอร์ฟรุ๊ต และ The Waldorf Project ที่พยายามสร้างพลังความเข้าใจกันระหว่างเพื่อนมนุษย์ ผ่านท่วงท่าเต้นรำที่เชื่อมต่อกับประสาทสัมผัสแขนงต่างๆ ร่วมกับวันเดอเรอร์ทุกคนในงาน

 

วันเดอร์ ฟีสต์ เปิดให้สำรองที่นั่งแล้ววันนี้

วันเดอร์ ฟีสต์ (Wonder Feasts) เชิญคุณร่วมรับประทานอาหารมื้อพิเศษ จากการรังสรรค์ของเหล่าซูเปอร์สตาร์เชฟ เริ่มต้นกับมื้อค่ำในวันศุกร์ พบกับ เชฟโบ – ดวงพร ทรงวิศวะ และ เชฟ Dylan Jones (โบ.ลาน) กับเมนูอาหารไทยรักสุขภาพเน้นการใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

 

 

ต่อกันที่มื้อกลางวันของวันเสาร์ พบกับเชฟชาลี กาเดอร์ (100 มหาเศรษฐ์) ที่รวมก๊วนเพื่อนซี้อย่าง เชฟปริญญ์ ผลสุข (สำรับสำหรับไทย) และเชฟหนุ่ม ตริยเสนวรรธน์ (Samuay & Sons) นำคอนเซ็ปต์สตรีทฟู้ดแบบไทยๆ มาออกแบบเมนูปิ้งย่างเสียบไม้จากเนื้อนานาชนิด ทานคู่กับน้ำพริกรสเด็ด ในช่วงมื้อค่ำ เชฟ Garima Arora (Gaa) จะรวมซิกเนเจอร์การปรุงอาหารสุดครีเอทีฟมานำเสนอ  และส่งท้ายวันอาทิตย์ด้วยมื้อกลางวันสบายๆ กับ เชฟ Paolo Vitaletti (Appia และ Peppina) เชฟ Jarrett Wrisley (Appia และ Soul Food Mahanakorn) และ The Guest List ที่จะร่วมรังสรรค์เมนูรสเลิศ ผสานแนวคิดยั่งยืน วันเดอเรอร์สามารถสำรองที่นั่ง วันเดอร์ ฟีสต์ ล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ ที่เว็บไซต์ของวันเดอร์ฟรุ๊ต

 

  

 

วันเดอร์ คิทเช่น มื้ออาหารสไตล์ Chef Table และเวิร์คช็อปโดยเชฟชื่อดัง

วันเดอร์ คิทเช่น (Wonder Kitchen) โปรแกรมใหม่ล่าสุดของงาน ที่จะเพิ่มสีสันของมื้ออาหารในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟ สไตล์ Chef Table กับการเปิดครัวต้อนรับเหล่าวันเดอเรอร์ ให้ได้ชมการปรุงอาหารจากเชฟระดับแถวหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมเข้าร่วมมาสเตอร์คลาสและเวิร์คช็อปการทำอาหารรูปแบบต่างๆ - สัมผัสกลิ่นอายหอมฟุ้งของเมนูอาหารสุดพิเศษ โดย เชฟแบล็ค – ภานุภน บุลสุวรรณ กับการปรุงอาหารไทยแนวอีสานชวนแซ่บ ด้วยการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น

 

 

ด้านเชฟอิ๊ก – บรรณ บริบูรณ์ และ Takashi Hirasawa ผู้ก่อตั้ง Lacto-Life จะมาร่วมกันจัดเวิร์คช็อปโพรไบโอติก ให้วันเดอเรอร์ได้ทำความรู้จักกับแบคทีเรียที่มีประโยชน์ และวิธีการนำมาทำอาหารในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ วันเดอเรอร์ยังสามารถเลือกเข้าร่วมเวิร์คช็อปและอิ่มอร่อยกับมื้อค่ำ จัดโดย เชฟตาม – ชุดารี เทพาคำ จากท็อปเชฟไทยแลนด์ รวมทั้ง Mark Lloyd เจ้าของ 2 สถิติจากกินเนสส์ เวิลด์เรคคอร์ด ที่จะมาเปิดบาร์ zero-waste และจัดเวิร์คช็อปสอนทำค็อกเทลจากวัตถุดิบอาหารเหลือ

   

 

สีสันความสนุกจากแคมป์หลากหลายสไตล์ 

เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียกับ Polygon Live เตรียมแรงมาเต้นรำไปกับไลน์อัพศิลปินและดีเจนอกกระแสแนวเฮาส์และเทคโน แคมป์โครงสร้างไผ่ดีไซน์ทรง Polygonal ที่เพิ่มความล้ำด้วยเทคโนโลยีระบบเสียงรูปแบบวีอาร์ 3 มิติ ของ L-Acoustics ผสานกับไลน์อัพที่ขาแดนซ์ไม่ควรพลาด อย่าง Santi & Tuğçe (Live), JPatterson (Live), David Dorad, Viken Arman (Live), Martha Van Straaten และ Xique-Xique

  

ขาประจำอย่าง SOT แคมป์สุดฮิปที่สร้างความวาไรตี้ด้วยคอนเซ็ปต์ urban ที่เหล่าวันเดอเรอร์จะได้เอ็นจอยอาหาร เครื่องดื่ม และโปรแกรมดนตรีตลอด 24 ชั่วโมง พบการแสดงจากศิลปินทั้งไทยและเทศหลากหลายแนวดนตรี อาทิ Pfel & Greem (C2C) แชมป์ 4 สมัยจาก DMC เวทีการแข่งขันระดับโลกของเหล่าดีเจ Kweku Collins แร็ปเปอร์หนุ่มจากชิคาโก้ และศิลปินไทยชื่อดังที่เราคุ้นเคยอีกจำนวนมาก และในปีนี้ ขอแนะนำแคมป์น้องใหม่ The Hamlet ที่มากับคอนเซ็ปต์ theatre-in-the-round เชื้อเชิญให้วันเดอเรอร์ได้เข้าไปเพลิดเพลินกับความบันเทิง อาหารและเครื่องดื่ม ในบรรยากาศแคมป์สบายๆ เพิ่มเติมสีสันการตกแต่งด้วยการนำผ้ามัดย้อมเก่าหลากหลายแบบมาตัด-ปะ-ต่อกันให้เกิดเป็นดีไซน์สร้างสรรค์และยั่งยืน

 

ปรับสมดุลร่างกายและจิตใจ ในวันเดอร์ การ์เด้นท์

วันเดอร์ การ์เด้นท์ (Wonder Garden) โซนกิจกรรมเพื่อสุขภาพ กลับมาพร้อมคอนเซ็ปต์ Axis Mundi หรือศูนย์กลางของจักรวาล วันเดอเรอร์สามารถเสริมสร้างพลังทางกาย ใจ และความคิด ด้วยการเชื่อมตนเองเข้ากับพลังแห่งจักรวาล ผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจจำนวนมาก อาทิ Chakra Kitchen (ครัวจักระ) การจัดระเบียบพลังงานภายในร่างกายด้วยการกินอาหารตามศาสตร์อายุรเวท The Art of Soul Gazing ศาสตร์การเรียนรู้พลังจากการเพ่งมองตา Cryotherapy ดีท็อกซ์ร่างกายด้วยการอาบน้ำเย็นเฉียบ และ Laughter Yoga คลาสโยคะสร้างเสียงหัวเราะ เป็นต้น

 

  

 

หาแรงบันดาลใจผ่านการพูดคุยใน Scratch Talks 

Scratch Talks พื้นที่เผยแพร่เรื่องราวสร้างสรรค์ ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นภายใต้บ้านหลังใหม่ Eco Pavilion พื้นที่แห่งนี้จะเต็มไปด้วยบทสนทนาที่ให้ข้อคิดน่าสนใจ อาทิ Radical Healthspan Extension โดย Dr. Molly Maloof สามพรานโมเดลและศูนย์เกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย โดย อรุษ นวราช การลดปริมาณขยะให้เป็นศูนย์และมลพิษของพลาสติก โดย Sonia S. Mendoza และ Nice Ad เรียนรู้จากเรื่องที่น่าละอายของโลก โดย Naresh Ramchandani และอีกมากมาย

   

นอกจากนี้ เหล่าวันเดอเรอร์ยังจะได้สัมผัสประสบการณ์อีกมากมาย ที่จะช่วยผลักดันการศึกษาค้นคว้า ต่อยอดเป็นไอเดียสร้างสรรค์ และการริเริ่มด้านความยั่งยืน ภายในพื้นที่ของเหล่าพันธมิตรคนสำคัญที่ตั้งอยู่ทั่วงาน อาทิ Thai Pavilion โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พื้นที่นำเสนอข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของไทย Tuk Tuk Bar การแปลงโฉมรถบัสเก่าให้กลายเป็นบาร์สุดแนว ด้วยดีไซน์ที่อิงจากต้นแบบรถตุ๊กตุ๊กของไทย พร้อมเสิร์ฟค็อกเทลระดับโลก โดยฝีมือของบาร์เทนเดอร์ชั้นนำจาก จอห์นนี่ วอล์กเกอร์ นอกจากนี้ ยังมี The Moon Shack โดย แสงโสม ที่เราจะได้ย้อนเวลาไปในยุคที่นิยมการบรรเลงเพลงด้วยแผ่นเสียง และ The Ziggurat โดย สิงห์ จุดนั่งแฮงค์เอ้าท์สบายๆ โอเอซิสสำหรับคนที่หลงรักการดื่มเบียร์

 

นับถอยหลังสู่ Wonderfruit 2018 พบกันวันที่ 13 – 16 ธันวาคม 2561 ณ เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา ราคาบัตรเฟส 3 ประเภท 4 วันเต็ม จำหน่ายในราคา 6,500 บาท ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน ราคาบัตรประเภทต่างๆ รวมทั้งราคาบัตรโซน General Camping ที่ เว็บไซต์วันเดอร์ฟรุ๊ต

 

 

สามารถดาวน์โหลดภาพเพิ่มเติมได้จากลิงค์นี้: Wonderfruit 2018 - Final Phase

 

TAGSNews&EventComing upWonderfruit