UMENOHANA AUTHENTIC KAISEKI CUISINE

By Staff writer Three ● 22 ธันวาคม 2559

ร้านอาหารญี่ปุ่นในบ้านเรานั้น เกือบจะทั้งหมดล้วนแต่เป็นร้านที่มีการปรับรสชาติอาหารให้คุ้นกับลิ้นคนไทยกันแล้วทั้งนั้น แต่ถ้าวันไหนครึ้มอกครึ้มใจอยากจะลองกินอาหารญี่ปุ่นรสชาติต้นตำรับ คงเป็นโจทย์ยากกันทีเดียวว่าต้องไปกินกันที่ไหน ประจวบเหมาะกับทาง Metro-society ได้ไปชิมร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งพอดี แล้วทำให้เรารู้สึกว่าที่นี่แหละ...ใช่เลย!!

 

 

นั่นคือร้าน Umenohana Authentic Kaiseki เป็นแบรนด์อาหารญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดจาก ฟูกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และที่นี่เป็นสาขาแรกในประเทศไทย สัมผัสแรกที่ได้เข้าไปในร้านก็สัมผัสได้ถึงความเป็นญี่ปุ่นทันที ด้วยการต้อนรับเป็นภาษาญี่ปุ่นเสียงดังฟังชัดจากพนักงาน พร้อมกับเก็บรายละเอียดความเป็นญี่ปุ่นได้ทุกระเบียดนิ้ว 

 

 

 

อย่างการตกแต่งภายในร้านที่แบ่งเป็นห้องต่างๆ แบบร้านอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เป็นโต๊ะเตี้ยๆ และเบาะนั่งกับพื้น โดยมีห้องที่น่าสนใจอยู่ห้องหนึ่ง ทางร้านเรียกว่า ‘ห้องชงชา’ สร้างเลียนแบบห้องชงชาของชาวญี่ปุ่น 

 

 

ประตูทางเข้าจะเป็นประตูเตี้ยๆ ซึ่งชาวญี่ปุ่นได้แฝงจุดประสงค์แสนคมคายเกี่ยวกับประตูนี้ว่า ไม่ว่าคุณจะยากดีมีจนแค่ไหน ถ้าจะเข้ามาในห้องนี้ก็ต้องก้มหัวเข้ามากันทุกคน ไม่มีแบ่งแยกว่าใครเป็นอย่างไร (ลึกซึ้งสุดๆ) สำหรับผู้สูงอายุก็ไม่ต้องห่วงว่าจะลุกนั่งลำบาก ที่นี่ยังมีโซนที่เป็นโต๊ะกินข้าวแบบสากลไว้บริการเช่นกัน 

 

 

แต่ที่โดดเด่นและดึงดูดสายตามากที่สุดคงต้องยกให้ต้นบ๊วยที่ตกแต่งอยู่กลางห้องโถงร้าน ซึ่งเป็นต้นจริงๆ ที่ทางร้านเค้าขนส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศญี่ปุ่นเชียวนะ 

 

 

ในส่วนของอาหารที่นี่จะไม่เหมือนกับร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป จะเป็นแบบ ’ไคเซกิ’ หรือการเสริฟแบบเป็นคอร์สที่สะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ของวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ทั้งด้านรสชาติที่ไล่จากรสอ่อนๆ ไปจนถึงรสเข้มข้น (ในแบบญี่ปุ่น) รวมไปถึงความพิถีพิถันในการตกแต่งจานอย่างมีศิลปะสวยงาม แต่ถ้าใครชินการกินแบบมาตูมเดียวพร้อมกันก็ไม่ใช่ปัญหา ที่นี่ก็มีให้เลือกสั่งเหมือนกัน แต่มาลองทั้งทีเราเลยเลือกสั่งแบบไคเซกิ ในเซ็ต ‘อิวาอิ’ เป็นเซ็ตพิเศษที่ทางร้านได้จัดขึ้นมาเฉพาะเดือนธันวาคม ถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยในเซ็ตระกอบไปด้วยอาหารถึง 11 อย่างเลยทีเดียว เริ่มที่

 

 

เต้าหู้มิเนโอกะราดด้วยไข่หอยเม่น ที่ลองชิมแล้วเนื้อเต้าหู้นั้นเนียนและหอมเหมือนพานาคอตต้าเลยล่ะ มาพร้อมกับพอนสึเยลลี่ปูทาราบะ รสชาติเปรี้ยวๆ หอมกลิ่นเนื้อปู เรียกน้ำย่อยได้ผลทีเดียว

 

 

 

ซาชิมิโอโทโร่มาได ขอบอกว่าเนื้อปลาและวัตถุดิบของร้านนี้เกือบ 90% ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่นกันเลย รสชาติเนื้อปลาที่มาเสริฟนั้นเลยแตกต่างจากร้านทั่วๆ ไปอย่างชัดเจน คือหวานแบบเนื้อปลา และเนื้อสัมผัสที่นุ่มแบบไม่เละ และใครที่กังวลว่าส่งมาไกลจากญี่ปุ่นจะคงความสดได้เหรอ เราต้องบอกว่าที่นี่เค้ามีเชฟชาวญี่ปุ่นจากสาขาต้นตำรับมาควบคุมคุณภาพตลอดเวลา อันไหนใช้ไม่ได้จะทิ้งทันที ดังนั้นวางใจได้เลยว่าทุกจากจะได้รับความสดใหม่แน่ๆ

 

 

สลัดเต้าหู้ญี่ปุ่นในน้ำมันมะกอกเสริฟพร้อมเกลือหิมาลายา จานนี้ใครชอบอาหารคลีนๆ ต้องถูกใจแน่นอน

 

 

 

ซูชิอิคูระนึ่งกับเปลือกส้มยูซึ เป็นซูชิแบบนึ่งที่ประกอบไปด้วยไข่หวานและไข่ปลาแซลมอน โดยตอนนึ่งนั้นได้ใส่ส้มยูซึหรือส้มญี่ปุ่นที่มีความหอมเป็นเอกลักษณ์ลงไปด้วย

 

 

กุ้งมังกรอิเสะเอบินึ่ง จานนี้ถือเป็นไฮไลต์ของเซ็ตนี้เลยล่ะ เพราะกุ้งมังกรอิเสะเอบิหรือกุ้งมังกรญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารชั้นเลิศ มีราคาสูงที่สุดในบรรดากุ้งทั้งหมด มักเอามาทำอาหารชั้นสูง แม้กระทั่งในญี่ปุ่นเองก็ยังหากินได้ยากมาก เพราะมีการจำกัดจำนวนในการจับขึ้นมาจากทะเล ตอนเสริฟจานนี้จะค่อนข้างอลังการนิดหน่อย เพราะทำการยกเตามานึ่งบนโต๊ะ เราจึงได้กินกุ้งนึ่งแบบสดๆ 

  

 

ซึ่งพอตักเนื้อกุ้งเข้าปากนั้นก็ต้องบอกว่าสุดยอด เพราะกุ้งที่สดนั้นให้เนื้อแน่นแต่นุ่มพร้อมมีความชุ่มฉ่ำออกมาตอนเคี้ยว และยิ่งกินคู่กับเนยกระเทียมแล้วก็ยิ่งทำให้ฟินเข้าไปใหญ่ ต้องกดไลค์ย้ำๆ ให้กับจานนี้เลย

 

 

สุกียากี้เนื้อวากิวในหม้อดิน พอพูดถึงเนื้อวากิวแล้วหลายๆ คนก็คงพอนึกกิตติศัพท์ออกในด้านความนุ่มใช่มั้ย แต่เมนูนี้ยังมีน้ำซุปหวานหอมของมิโซะมาเสริมอีกด้วย พร้อมกับไข่ไก่ดิบที่เวลากินต้องเอาเนื้อมาจุ่มกับไข่ก่อนเอาเข้าปาก ฟินแบบญี่ปุ่นแท้ๆ

 

 

 

ปูสึวาอิพันฟองเต้าหู้ทอดสไตล์อิโซเบะ ผ่านจุดพีคไปแล้วก็กลับมาเป็นจานเบาๆ อย่างจานนี้ด้วยรสชาติของปูกับฟองเต้าหู้กรอบๆ นั้นเข้ากันดี

 

 

 

ชิราชิซูชิ เป็นซูชิในรูปแบบเหมือนข้าวหน้าปลาดิบชนิดต่างๆ เนื้อปลารสชาติอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าส่งตรงมาจากญี่ปุ่น ไม่ต้องทำอะไรมากก็อร่อยแล้ว และมีซุปมิโสะซึ่งของที่นี่นั้นเข้มข้นและหอมกว่าที่อื่น

 

 

ปิดท้ายเซ็ตนี้ด้วยขนมหวานพิเศษ ที่ประกอบไปด้วยโมจิ ไอศครีมชาเขียว และถั่วแดง มาในแป้งกรอบที่ก็อิมพอร์ตมาจากญี่ปุ่นเช่นกัน หากใครอยากลองต้องสั่งเซ็ต ‘อิวาอิ’ เท่านั้น ทางร้านไม่ขายแยกเพราะวัตถุดิบจำกัดจริงๆ ส่วนเมนูนี้เราขอสั่งเพิ่มพิเศษ เพราะทางร้านบอกว่าเป็นไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ของร้านเลยทีเดียว นั่นคือ ฟูคุฟูคุ โทฟู เต้าหู้ทำสดที่เวลาเสริฟก็จะเอามาทั้งหม้อให้เราเห็นขั้นตอนการทำ โดยข้างในจะมีนมถั่วเหลืองและดีเกลือผสมด้วยกัน แล้วตั้งไฟเป็นเวลา 15 นาที 

 

 

 

จะกลายเป็นเนื้อเต้าหู้นุ่มๆ หอมกลิ่นถั่วเหลือง แล้วกินกับซอสหมูหรือซอสผัก ตอนที่กินเข้าไปก็รู้สึกได้ว่าเต้าหู้ไม่เหม็นเขียวเหมือนตามตลาดบ้านเรา และเนื้อสัมผัสก็นุ่มมากกว่า นั่นก็เพราะว่า เมนูนี้ใช้ถั่วเหลืองจากประเทศญี่ปุ่นแบบเดียวกับสาขาต้นตำรับ แถมยังตั้งโรงงานกรรมวิธีผลิตขึ้นมาเองในประเทศไทยกันเลยทีเดียว

 

 

 

หากใครดูรีวิวนี้แล้วน้ำย่อยพรั่งพรูอยากจะลองบ้าง ก็สามารถไปลิ้มลองกันได้ ที่ชั้น 2 นิฮอนมูระมอลล์ ทองหล่อซอย 13 และสามารถเลือกได้ว่าจะนั่งแบบโต๊ะธรรมดาหรือเป็นห้องส่วนตัว แถมยังไม่มีค่าใช้จ่ายจุกจิกเพิ่มเติมอีกต่างหาก แต่เราแนะนำโทรไปจองโต๊ะก่อนชัวร์กว่า ที่เบอร์โทรศัพท์ 084-438-3892 และอีกอย่างคือที่นี่จะเปิดบริการวันละ 2 รอบ คือ 11.00 – 15.00 น. / 18.00 – 23.00 น.

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.umenohana.co.th / IG : UmenohanaTH / facebook : UmenohanaTH

 

 

 

 

Sponsored Content

TAGSFood&TravelRestaurantUMENOHANA