Leisure  >  How to  >  Living

นอนหลับให้ร่างกายได้พักมากที่สุด

By Poy T. ● 18 พฤษภาคม 2561

การนอนหลับง่าย นอนแล้วตื่นมาสดชื่นเชื่อได้เลยว่าเป็นเป้าหมายที่ทุกคนอยากจะพุ่งชนแน่นอน เพราะการนอนหลับง่ายตื่นมาสดชื่นมันสามารถช่วยเติมเต็มกิจกรรมต่าง ๆ ของวันให้เราได้ดีมากเลยทีเดียว

ตื่นมาไม่งัวเงียลุกไปอาบน้ำจัดการธุระส่วนตัวกันได้รวดเร็วพร้อมออกไปลุยงาน ตะลุยกิจกรรมกัน แต่สิ่งที่มักจนจะเจอกันอยู่ตอนนี้ก็คือเวลานอนไม่ยอมหลับ เวลาตื่นก็ไม่อยากจะตื่น พอฝืนตื่นขึ้นมาแล้วสมองก็ยังเหมือนเบลอ ๆ งง ๆ ดันต้องไปเจอกับภารกิจประจำวันต่อ ต้องหาตัวช่วยทั้งชา กาแฟ ขนม นม เนย แก้ง่วงกันไปตลอดวัน เหนื่อยกลับมานึกว่าจะหลับที่ไหนได้วนกลับมาสเต็ปเดิม ๆ

พราะ Metro Society เข้าใจดีว่าการตื่นมาแล้วสดชื่นมันมีความสุขมากแค่ไหนเลยหยิบเอาวิธีนอนหลับให้ร่างกายได้ชาร์ตพลังงานที่สุดมาแนะนำแล้วให้คุณลองหยิบไปใช้ปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคุณกัน

 

 

1. งดดื่ม ทาน ของที่ไม่ดีต่อร่างกายและไม่ดีกับการนอนหลับ
ข้อแรกเปิดมาก็อาจจะขัดกับไลฟ์สไตล์ของหนุ่มๆ บางคนที่ต้องทำงานกันดึกๆ แล้วต้องหาตัวช่วยทั้งชา กาแฟ หรือต้องแอบทานมื้อดึกเพื่อเติมพลัง หรือรวมไปถึงหนุ่ม ๆ สายปาร์ตี้ที่ทั้งดื่มทั้งสูบพอกลับมาถึงบ้านก็นอนเลย

 

 

แม้ว่าคุณจะไม่มีปัญหาในด้านการนอนหลับแต่พฤติกรรมการดื่มและทานก่อนนอนโดยเฉพาะกับสิ่งของต้องห้ามต่าง ๆ นั้นมันส่งผลให้คุณตื่นนอนมาแบบไม่สดชื่น

สำหรับบางคนที่ดื่มชา กาแฟ อาจจะรู้สึกปวดหัว ใจเต้นแปลก ๆ เมื่อตื่น สำหรับหนุ่ม ๆ ที่ดื่มมาอาจจะมีอาการแฮงค์ปวดหัวหนักไปจนถึงไม่สบายกันได้และถ้าสูบร่วมเข้าไปตอนนอนอาจจะมีผลต่อระบบหายใจและเมื่อตื่นขึ้นมาก็อาจจะเจ็บคอ มีเสมหะในตอนเช้าก็เป็นได้ และยิ่งถ้าเป็นสาวกมื้อดึกอาจจะเจอกับอาการกรดไหลย้อนหรือท้องอืดไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว

เอาเป็นว่าถ้าจำเป็นต้องโต้รุ่งกันจริง ๆ น้ำเปล่าคือสิ่งที่ช่วยคุณได้ดีทั้งในเรื่องของปริมาณแคลลอรี่และประโยชน์ที่จะช่วยบำรุงระบบไหลเวียนเลือกรวมไปถึงเติมน้ำให้กับสมองของคุณได้ดีอีกด้วย

 


2.
ออกกำลังกายห่างจากการนอน 3
ชั่วโมง
การออกกำลังกายจะมีสารอดีนาลีนหลั่งออกมา ซึ่งจะเป็นสารที่ทำให้ร่างกายค่อนข้างตื่นตัวและจะเป็นผลให้คุณนอนไม่ค่อยหลับหรือนอนหลับได้ยากขึ้นแต่หากคุณออกกำลังกายแล้วทิ้งระยะห่างที่เหมาะสมก่อนนอนนั้นรับรองได้ว่าคุณจะหลับสบายอย่างแน่นอน

 

 

ดังนั้นถ้าคุณบังเอิญเสพติดการออกกำลังกายแต่เวลาพอมาบวกลบดูแล้วมันใกล้กับเวลานอนมากเกินไปก็ขอแนะนำให้งดออกกำลังกายจะดีกว่าเพราะเมื่อคุณไม่สามารถเข้านอนได้ตามเวลาที่ร่างกายต้องการแล้วจะส่งผลเสียมาถึงเวลาตื่นนอนทำให้ไม่สดชื่นเท่าที่ควรได้นั่นเอง

 


3.
มีเวลานอนและเวลาตื่นที่เป็นระเบียบ
เมื่อคุณเข้านอนและตื่นอย่างเป็นเวลาทุกวันแล้วนั้นจะทำให้ร่างกายของคุณเรียนรู้และปฏิบัติแบบเดิมโดยอัตโนมัติซึ่งร่างกายก็จะเริ่มชินและเมื่อถึงเวลานอนก็จะเริ่มง่วงและสามารถนอนหลับได้ง่ายขึ้นมีผลสัมพันธ์ไปถึงเวลาตื่นที่ร่างกายก็จะปลุกคุณให้ตื่นตามเวลาเดิมเช่นกัน เมื่อคุณวางแผนการนอนอย่างเต็มอิ่มในระยะเวลา 6-8 ชั่วโมงทุกวัน และเข้านอนพร้อมตื่นอย่างเป็นเวลาแล้วนั้น ก็ลืมปัญหาความไม่สดชื่นหลังจากตื่นนอนไปได้เลย

 

 

แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่ว่าถ้าวันไหนตารางชีวิตคุณเกิดรวนก็อาจจะมีผลต่อความสดชื่นของร่างกายได้ การแก้ไขก็เพียงในวันต่อไปพยายามเข้านอนเวลาเดิมร่างกายก็จะค่อย ๆ ปรับสภาพให้เข้าที่เข้าทางด้วยตัวเองได้

 

4. สภาพแวดล้อมในการนอนก็เป็นเรื่องสำคัญ
หลาย  คนอาจจะละเลยในจุดนี้ไปโดยไม่ได้สนใจว่ามีผลกับความสดชื่นหลังตื่นนอนด้วยเหรอกับสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ห้องนอน แต่ในความเป็นจริงแล้วถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 


มาเริ่มกันที่ห้องนอนของคุณนั้นจำเป็นต้องเงียบ มืดสนิท มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการนอนคือที่ 25 องศาฯ สภาพของที่นอนควรไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไปถูกต้องกับร่างกายของคุณ และถ้าคุณเป็นคนที่ติดเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำขอแนะนำให้วางน้ำสักแก้วไว้ในห้องเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศแห้งจนเกินไป และต้องหมั่นคอยรักษาความสะอาดกำจัดไรฝุ่นในห้องอยู่เสมออีกด้วย

ลองจัดห้องให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการนอนดูแล้วคุณอาจจะค้นพบกับการนอนหลับสบายตื่นมาสดชื่นชาร์ตพลังจนล้นแล้วพร้อมออกไปเจอกับวันใหม่  ก็ได้ลองดูสิ!

 

5. กฎการนอน 90 นาที
มานำเสนอวิธีการนอนให้ตื่นมาสดชื่นในแบบฉบับของคนที่มีเวลาพักผ่อนน้อยกันบ้างนั่นก็คือการปฏิบัติการกฎการนอน 90 นาทีนั่นเอง เอาให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ

การนอนของคนเราจะแบ่งออก 2 ช่วงใหญ่โดยช่วงแรกคือ NON REM (NON Rapid Eye Monement) จะแบ่งเป็น 3 ระยะย่อย คือ ช่วงเริ่มหลับจะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ต่อมาร่างกายจะเริ่มหัวใจเต้นช้าลงแต่ยังสามารถรับรู้สิ่งรอบตัวได้อยู่ใช้เวลาประมาณ 20 นาที แล้วก็จะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนมากที่สุดถ้ามาโดนปลุกตอนนี้ตื่นมาสมองจะเบลอๆ แน่นอนโดยในช่วงนี้จะคงอยู่ประมาณ 30 นาที

 


ช่วงที่สองคือ REM (Rapid Eye Monement) ช่วงนี้จะกินระยะเวลาแค่เพียง 1 ใน 4 ของการนอนเท่านั้นหรือจะเทียบก็ประมาณ 10 นาทีนั่นเอง โดยตลอดการนอนของเราร่างกายก็จะวนไปแบบนี้เรื่อยๆ ดังนั้นเราต้องเลือกที่จะปลุกตัวเองให้ถูกจังหวะนั่นก็คือ ช่วงหลังจากจบ REM แล้วนั่นเอง
สรุปง่ายๆ อีกทีก็คือถ้าคุณนอนให้ครบหนึ่งรอบ 90 นาที การตื่นของคุณก็จะไม่งัวเงียอีกต่อไป เอาล่ะ! หยิบนาฬิกาปลุกขึ้นมาแล้วนับนิ้ววนไปให้ถึงเวลาตื่นที่เหมาะสมของคุณกัน!

 

การนอนหลับถือเป็นกิจกรรมที่ทุกคนน่าจะเฝ้าคอยกันมาทั้งวันแต่ถ้าบังเอิญโดนขัดด้วยการนอนไม่หลับแถมตื่นขึ้นมาก็ไม่สดชื่นแบบที่ชอบเป็นกันอยู่ก็คงเซ็งมากแน่นอน ลองเลือกวิธีที่ Metrosociety แนะนำคุณในวันนี้ไปใช้กันดูดีกว่า จะได้สนุกไปกับการนอนและตื่นขึ้นมาสดชื่นพร้อมแชร์วิธีการนอนหลับชาร์ตแบตให้เพื่อน ๆ ของคุณได้ลองเอาไปทำตามกันได้อีกด้วย

คุณสดชื่นคนรอบตัวสดชื่นก็รับรองได้เลยว่าจะพากันอารมณ์ดี งานก็เดินไปได้สวย เต็มที่กับทุกกิจกรรมในทุกวันที่สำคัญร่างกายยังแข็งแรงเพราะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่กันอีกด้วย

 

TAGSHow toLiving