God s own Country : Brokeback Mountain เวอร์ชั่นอังกฤษ

By Editor One ● 30 พฤษภาคม 2561

หากใครมีโอกาสได้ดู God's own Country แล้วก็คงจะคิดเหมือนกันกับผมว่า เนื้อเรื่องของหนังเรื่องนี้ดูเผินๆ อาจคล้าย Brokeback Mountain แต่อาจมีความต่างกันตรงที่ Brokeback นั้นว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างคาวบอยหนุ่มชาวอเมริกันสองคน

ในขณะที่ God’s own Country เกิดขึ้นที่อังกฤษ ในยุคปัจจุบัน ไม่ได้มีการเล่าเรื่องผ่านยุคสมัยอย่าง Brokeback และที่สำคัญ God’s own Country มีประเด็นนอกเหนือจากความสัมพันธ์แบบชายรักชายที่ Brokeback ไม่ได้เจาะลึก

 

 

เรื่องราวของจอห์นนี่ (Josh O’Conner) ชาวไร่ทางภาคเหนือของอังกฤษที่รับหน้าที่ช่วยพ่อและย่าของเขาดูแลฟาร์มแกะ ชีวิตของจอห์นนี่ไม่ต่างอะไรกับชาวไร่ธรรมดาที่มีทั้งกิน ดื่ม เที่ยวและมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบฉาบฉวย (กับผู้ชาย) จนกระทั่งเขาได้พบกับจอร์จ (Alec Secareanu) ผู้อพยพชาวโรมาเนียซึ่งได้รับการว่าจ้างให้มาช่วยดูแลแกะในระยะเวลาสั้นๆ

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างจอห์นนี่กับจอร์จในหนังเรื่องนี้ ไม่ได้สื่อเฉพาะความรักแบบเพศเดียวกันแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังแฝงประเด็นเรื่องการเหยียดเชื้อชาติไว้อย่างชาญฉลาด

เมื่อจอร์จเริ่มทำงานกับครอบครัวของจอห์นนี่ เขาต้องอยู่ในรถเทรลเลอร์ผุๆ พังๆ นอกบ้าน จะมีโอกาสได้เข้ามาในบ้านก็เมื่อถึงเวลาอาหารเท่านั้น นอกจากนั้น ความสัมพันธ์ของเขากับครอบครัวของจอห์นนี่ก็ไม่ได้เป็นไปด้วยดีเนื่องจากเขาไม่ใช่คนอังกฤษ เป็นเพียงลูกจ้างอพยพที่มาหากินในเมืองผู้ดี จอร์จต้องยอมรับสภาพทุกอย่างที่เขาเจอะเจอ

รวมทั้งการถูกดูหมิ่นจากจอห์นนี่ (ความแตกต่างระหว่าง 'บ้าน' ของจอห์นนี่กับ 'รถเทรลเลอร์' ที่จอร์จอยู่มีนัยที่บ่งบอกประเด็นเรื่องความเหลื่อมล้ำและทัศนคติทางเชื้อชาติได้เป็นอย่างดี)เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้แต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นในทุกมุมโลก ไม่ใช่เฉพาะในประเทศอังกฤษ

 

 

นอกจากนั้น หากเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างจอห์นนี่กับจอร์จกับตัวเอกใน Brokeback Mountain จะเห็นได้ว่ามีความคล้ายคลึงและความแตกต่างกันอยู่ในที ความคล้ายคลึงก็คือจอห์นนี่ซึ่งน่าจะเปรียบได้กับเอนนิสใน Brokeback นั้นเป็นชายหนุ่มที่ต้องแข็งขืนกับความรู้สึกภายในใจของตนเอง ในขณะที่จอร์จซึ่งคล้ายคลึงกับแจ็คใน Brokeback เพราะแม้ว่าภายนอกจะเป็นชายหนุ่มที่แข็งแรงแต่สามารถแสดงอารมณ์และความอ่อนโยนเมื่อถึงเวลา

 

 

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดนั้นอยู่ที่จอห์นนี่เป็นชายหนุ่มที่มีอารมณ์รุนแรง แสดงออกอย่างตรงไปตรงมา เอาความโกรธที่เก็บกดภายในจิตใจไปลงกับผู้อื่นที่ต่ำต้อยกว่าเช่นจอร์จหรือผู้ชายอื่นๆ ที่เขามีความสัมพันธ์ทางเพศด้วย แต่เอนนิสนั้นเป็นคาวบอยหนุ่มที่เก็บความรู้สึกผิด ความกดดันไว้คนเดียว พยายามที่จะไม่ให้ใครได้รับรู้และเข้าถึงด้านอ่อนแอของตน

ที่สำคัญก็คือ ความสัมพันธ์ของตัวละครใน God’s own Country สื่อให้เห็นถึงความสัมพันธ์ในสองประเด็น นั่นคือ ระหว่างเพศเดียวกันและระหว่างคนใน (เจ้าของประเทศ) กับคนนอก (ผู้อพยพ) แต่ความสัมพันธ์ของตัวละครใน Brokeback ไม่มีประเด็นเรื่องเชื้อชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

image / Out Magazine

 

ในตอนจบ Brokeback นั้นจบอย่างเศร้าสลด แต่ใน God’s own Country ผู้กำกับเลือกตอนจบในทางตรงข้าม ซึ่งอาจสื่อถึงการอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจระหว่างผู้ที่มีความรักแบบต่างเพศกับผู้ที่มีความรักเพศเดียวกัน รวมทั้งผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ

ตอนจบแบบใน God’s own Country อาจจะดูอุดมคติไปซักหน่อย แต่เราก็ยังมีความหวังมิใช่หรือ

 


 

 Contributor   กรภัทร

 

TAGSArts & EntertainmentMovies