130 Years of the Louis Vuitton Monogram: From Craft to Culture
- 05 มกราคม 2569
-
11,225
มีสัญลักษณ์ไม่กี่อย่างในโลกแฟชั่นที่ก้าวข้ามเทรนด์และกลายเป็นภาษาทางวัฒนธรรมได้อย่างแท้จริง และ Monogram ของ Louis Vuitton คือหนึ่งในนั้น ปี 2026 จะเป็นวาระครบรอบ 130 ปีของลวดลายที่ไม่ได้เป็นเพียงแพตเทิร์นบนกระเป๋า แต่คือรหัสแห่งประวัติศาสตร์ งานฝีมือ และนวัตกรรมที่หลอมรวมกันอย่างแนบแน่น

เพื่อเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญนี้ เมซงเลือกมองย้อนกลับไปยังจุดกำเนิด พร้อมฉายภาพไปข้างหน้าผ่านคอลเลคชั่นพิเศษ กิจกรรมเชิงวัฒนธรรม และการจัดวินโดว์ดิสเพลย์ที่ทยอยเปิดตัวตลอด 12 เดือนข้างหน้า—ทั้งหมดคือการเล่าเรื่อง Monogram ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่ยังคงเคลื่อนไหวไปกับยุคสมัย

จากการป้องกันของปลอม สู่สัญลักษณ์ระดับโลก
Monogram ถือกำเนิดขึ้นในปี 1896 โดย Georges Vuitton ผู้ตั้งใจออกแบบลวดลายนี้เพื่อปกป้องผลงานของแบรนด์จากการลอกเลียนแบบ ต่อยอดจากผ้าใบลายทางปี 1872 และ Damier ในปี 1888 แพตเทิร์น LV ที่เชื่อมประสานกับดอกไม้เชิงเรขาคณิต ได้แรงบันดาลใจจากนีโอโกธิกและศิลปะญี่ปุ่น (Japonism) กลายเป็นตราประทับแห่งความทันสมัยและความเป็นเลิศ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Monogram ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ มันถูกตีความใหม่อย่างต่อเนื่องโดยนักออกแบบและศิลปินต่างยุค ตั้งแต่ Marc Jacobs, Nicolas Ghesquière, Virgil Abloh ไปจนถึง Pharrell Williams และยังเป็นผืนผ้าใบให้การร่วมงานกับศิลปินระดับตำนานอย่าง Takashi Murakami, Yayoi Kusama และ Richard Prince ผลลัพธ์คือ Monogram ที่ไม่เคยแก่ แต่เติบโตไปพร้อมวัฒนธรรมร่วมสมัย

กระเป๋าไอคอนที่นิยามการเดินทาง
การเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการเริ่มต้นในเดือนมกราคม 2026 ด้วยการยกย่องกระเป๋า Monogram ระดับตำนานที่หล่อหลอมวิถีการเดินทางและการใช้ชีวิตสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น
-
Speedy (1930) กระเป๋าที่ทำให้ความคล่องตัวเป็นเรื่องส่วนตัว
-
Keepall (1930) สัญลักษณ์ของอิสรภาพและศิลปะแห่งการเดินทาง
-
Noé (1932) จากกระเป๋าใส่แชมเปญสู่ไอคอนแห่งความสนุก
-
Alma (1992) เสน่ห์เชิงโครงสร้างที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมปารีส
-
Neverfull (2007) คู่หูยุคใหม่ที่ใช้งานได้ทุกวัน
กระเป๋าเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสินค้า แต่คือบทบันทึกของยุคสมัย

คอลเลคชั่นพิเศษ: เมื่ออดีตถูกเล่าใหม่
Monogram Anniversary คือการนำรหัสงานหัตถศิลป์จากหีบเดินทางในอดีต มาถ่ายทอดผ่านกระเป๋า 3 รุ่นพิเศษ ด้วยวัสดุคัดสรรและการตัดเย็บอย่างประณีต ขณะที่ Monogram Origine เปิดตัวผ้าแจ็กการ์ดใหม่จากลินินผสมคอตตอน โทนพาสเทลอ่อนโยน ได้แรงบันดาลใจจากปกสมุดทะเบียนลูกค้าในคลังเอกสารของแบรนด์ เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบันอย่างละเมียด

อีกด้านหนึ่ง VVN Collection คือการสดุดีมรดกงานเครื่องหนัง ด้วยหนังวัวธรรมชาติคุณภาพสูง เผยให้เห็นความงามของผิววัสดุและพาทินาที่ก่อตัวตามกาลเวลา ส่วน Time Trunk ปิดฉากการเฉลิมฉลองด้วยภาพลวงตาแบบ trompe l’oeil ถ่ายทอดพื้นผิว หมุด และโลหะของหีบประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นงานร่วมสมัยที่เฉียบคม

Monogram ในวันนี้ และวันข้างหน้า
130 ปีของ Monogram ไม่ใช่การมองย้อนอย่างโรแมนติกเพียงอย่างเดียว แต่คือการยืนยันว่าภาษาภาพหนึ่งสามารถพัฒนาได้ไม่รู้จบ เมื่อยังยึดมั่นในแก่นแท้ของงานฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับ Louis Vuitton นี่คือการส่งต่อรหัสที่ยังมีชีวิต จากอดีต สู่ปัจจุบัน และต่อไปในอนาคต








