Leisure  >  How to  >  Living

Say Good Bye “Sleepless Night”

By Poy T. ● 30 พฤศจิกายน 2561

ปัญหาการนอนไม่หลับน่าจะเป็นปัญหาที่กวนใจของหนุ่ม ๆ หลาย ๆ คนอยู่ทุกคืนเพราะว่ามันทำให้เช้าวันต่อไปของคุณทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรแถมยังเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หัวสมองก็รู้สึกตัน ๆ ตึบ ๆ ไปหมดคิดไม่ออก พูดคุยอะไรก็ช้า แถมยังอยากจะวิ่งกลับไปหาเตียงอยู่ตลอดเวลา อัดกาแฟเข้าไปเผลอ ๆ ดันปวดหัวขึ้นมาเสียอีกใจเต้นใจสั่นกันไป

 

ซึ่งอาจการเหล่านี้แม้ว่าจะแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคนแต่อย่างไรก็ตามการนอนไม่หลับก็ยังเป็นปัญหาที่ต้องการที่จะได้รับการแก้ไขอยู่ดี


ขอมาเริ่มกันตรงนี้ก่อนดีกว่าว่าอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุของอาการนอนไม่หลับของคุณกันเผื่อถ้ามันคือจุดที่คุณกำลังเจออยู่พอดีจะได้เลี่ยงปัจจัยเหล่านี้ให้ไกลเพื่อขยับเข้าใกล้การนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มตื่นเติมคืนความสดชื่นให้กับร่างกายอย่างที่ควรจะเป็นกัน

 

อะไรบ้างคือสาเหตุที่ทำให้คุณมี Sleepless Night

  

1. คุณมีลูกที่ยังอยู่ในวัยทารก ถ้าคุณหันไปข้างๆแล้วก็พบว่าภรรยาของคุณมีอาการเหนื่อยล้าจากการไม่ได้นอนหรือนอนไม่หลับไม่ต่างจากคุณแล้วล่ะก็นี่น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณกลายเป็นคนนอนยากไปจนถึงขั้นนอนไม่ค่อยหลับเพราะด้วยความกังวลห่วงลูกหรือบางครั้งลูกของคุณอาจจะมีช่วงเวลาที่ร้องหิวนมขึ้นมากลางดึกบ่อยๆทำให้คุณต้องตื่นและเมื่อจะกลับไปนอนอีกทีก็ยากเหลือเกินพอเริ่มจะหลับก็ถึงเวลาที่จะต้องตื่นเสียแล้ว

2. ทำงาน การที่คุณต้องนอนดึกอยู่เสมอก็ทำให้คุณนั้นได้พักผ่อนไม่ค่อยจะเพียงพอกันอยู่แล้วแต่บังเอิญมีวันไหนที่งานของคุณเสร็จก่อนกำหนดและทำให้คุณมีเวลาเหลือและได้เข้านอนเร็วมากกว่าที่เคยเชื่อเลยว่าคุณคงดีใจไม่น้อยแต่พอหัวถึงหมอนฝันที่คุณเคยวาดไว้จะนอนให้เต็มอิ่มสัก 6-8 ชั่วโมงมันกลับเป็นแค่ฝันเพราะคุณดันนอนไม่หลับแม้จะรู้สึกง่วงแค่ไหนก็ตามนั่นก็เป็นเพราะความคุ้นเคยจากการทำงานดึกๆของคุณนั่นเอง

3. ยา ยาบางตัวคุณจำเป็นที่จะต้องศึกษาผลกระทบและรับคำแนะนำจากแพทย์อย่างเคร่งครัดเพราะว่ามันมีผลทำให้คุณนอนไม่หลับหรือในอีกกรณีคุณอาจจะกินยานอนหลับหรือยาคลายเครียดจนชินซึ่งนั่นทำให้เมื่อคุณไม่ได้กินในบางคืนเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับของคุณขึ้นมาได้เฉยเลย

4. ความเครียด มันคือเรื่องที่น่ากลัวและค่อยๆทำลายสุขภาพของคุณจากภายในอย่างช้าๆและแน่นอนว่ามันเข้ามาทำลายการนอนหลับของคุณได้เช่นเดียวกันเมื่อมีความเครียดมากคุณอาจจะต้องเจอกับอาการปวดหัวความดันสูงหงุดหงิดง่ายอ่อนเพลียคิดอะไรไม่ออกและนอนไม่หลับได้ซึ่งคุณจำเป็นที่จะต้องยอมรับความเครียดให้ได้และหาวิธีผ่อนคลายที่เหมาะสมเพราะเมื่อคุณสามารถควบคุมความเครียดและรู้ทันมันได้ผลเสียของมันก็จะค่อยๆลดลงนั่นเองและถ้าคุณเริ่มนอนหลับมันก็จะสามารถลดความเครียดได้อีกเช่นเดียวกัน

5. อาหารปวดเรื้อรังต่างๆ แน่นอนว่าถ้าคุณปวดหัวปวดท้องปวดเนื้อตัวอยู่ตลอดมันคงยากที่คุณจะสามารถข่มตานอนหลับได้ตามที่ต้องการและที่ร้ายไปกว่านั้นเมื่อคุณนอนไม่หลับเช้าวันต่อมาอาการปวดเหล่านี้กลับเล่นงานคุณหนักกว่าเดิมเสียอีก

6. ภูมิแพ้ ทำอย่างไรเมื่อมันรู้สึกคันตาคันหน้าคัดจมูกหายใจไม่ออกคันคอและไออยู่ตลอดมันคงทำให้การนอนหลับของคุณไม่ราบรื่นแน่อาการแพ้ต่างๆสามารถแก้ไขเบื้องต้นได้ด้วยการทานยาแก้แพ้ออกกำลังกายเยอะๆแต่แน่นอนเลยว่าแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยคุณแก้ไขปัญหานี้ได้ดีที่สุด

7. อาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ หลัก ๆ ก็หนีไม่พ้นชากาแฟที่มอบคาเฟอีนให้คุณในแต่ละวันนั่นเองซึ่งแม้จะหมดช่วงเวลางานแล้วเจ้าคาเฟอีนมันก็อาจจะยังทำงานอยู่จนทำให้คุณนอนไม่หลับหรือหลับยากนั่นเองคุณจำเป็นที่จะต้องรู้ลิมิตของตัวเองและถ้าง่วงในเวลาทำงานจริงๆอยากจะลองให้คุณมองวิธีแก้ปัญหาที่จุดอื่นเพราะความจริงคุณอาจจะไม่ได้ต้องการคาเฟอีนแต่คุณอาจจะต้องการวิตามินบีเพื่อมาบำรุงร่างกายพร้อมทั้งระบบประสาทและสมองของคุณเสียมากกว่า

นี่เป็นเพียงสาเหตุหลักๆที่พบเจอในคนที่นอนไม่ค่อยหลับส่วนใหญ่และเชื่อว่าคงมีหลายคนที่เข้าข่ายที่พูดมาข้างบนกันบ้างอย่างแน่นอนแต่เอาล่ะถ้าคุณเองอาจจะแค่รู้สึกง่วงหรือปวดหัวจากการนอนไม่หลับแล้วก็ไม่ได้สนใจผลกระทบของมันมากก่อนจะไปรู้จักกับวิธีแก้อาการนอนไม่หลับเราอยากจะให้คุณได้รู้จักกับผลกระทบจากการนอนไม่หลับกันก่อนดีกว่า

 

 

ถ้าคุณต้องมี Sleepless Night อยู่เป็นประจำมันจะทำอะไรคุณได้บ้าง?

  

1. คุณอาจเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ

เชื่อเลยว่าหลายๆคนน่าจะต้องตื่นเช้าไปทำงานกันและการนอนไม่หลับแถมยังต้องตื่นเช้ามันฟังดูแลค่อนข้างขัดแย้งและทำให้คุณเกิดอาการง่วงขึ้นมาได้ง่ายๆยิ่งถ้าคุณต้องขับขี่คนเดียวอาการหลับในมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณได้ไม่ยากและแน่นอนว่ามันอันตรายกับทั้งคุณและคนรอบข้างไม่น้อยเลยทีเดียว

2. สาเหตุของโรคต่างๆ

อาการนอนไม่หลับถ้ามันอยู่เป็นเพื่อนคุณมานานแล้วล่ะก็มันคงมอบแต่สิ่งที่ไม่ค่อยดีให้คุณอย่างแน่นอนและที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยก็คือปัญหาสุขภาพต่างๆนั่นเองถ้าจะถามว่าอะไรเกิดขึ้นได้บ้างก็จะขออนุญาตยกตัวอย่างของโรคที่มักเกิดขึ้นให้เห็นในคนที่นอนไม่ค่อยหลับส่วนใหญ่กันดีกว่านั่นก็คือโรคหัวใจลามไปจนอาจทำให้คุณหัวใจวายหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ความดันสูงจนทำให้คุณปวดหัวและเสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกและปิดท้ายที่โรคเบาหวานและนี่เป็นเพียงตัวอย่างของโรคที่เกิดขึ้นบ่อยๆเท่านั้นถ้าคุณยังไม่ยอมแก้ไขแล้วล่ะก็มันอาจมีอะไรตามมาอีกแน่นอน

3. สมรรถภาพทางเพศของคุณ…จะลดลง

นี่น่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้หนุ่มๆหลายๆคนเครียดได้แน่นอนเพราะจะว่าไปแล้วนี่มันก็คือเรื่องที่สามารถมอบความสุขให้กับคุณได้แต่ความสุขของคุณมันก็ดันต้องลดลงเพราะว่าอาการนอนไม่หลับมันร้ายคุณนั่นเอง

4. ทำให้คุณแก่กว่าวัย

คุณอาจจะกลายเป็นคนหน้าแก่ขึ้นได้ไม่ยากเลยถ้าคุณต้องนอนไม่หลับอยู่เป็นประจำผิวหน้าและผิวกายของคุณอาจจะดูไม่แข็งแรงและสดใสเท่าที่ควรริ้วรอยตีนการอยคล้ำใต้ตาอาการตาเหลืองผมหงอกอาจจะเกิดขึ้นกับคุณได้

5. หนุ่มขี้ลืม

สาวๆของคุณอาจจะงอนคุณอยู่บ่อยๆเพราะคุณดันลืมวันสำคัญซะงั้นลามไปจนถึงเจ้านายก็มักจะดุอยู่บ่อยๆเพราะคุณดันลืมส่งเมลล์ให้ลูกค้าและไม่ว่าจะอะไรก็ตามถ้าคุณเป็นคนที่มีอาการนอนไม่หลับอยู่เป็นประจำนี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้คุณต้องลืมบ่อยๆแบบนี้

6. อ้วนขึ้น

การนอนไม่หลับทำให้คุณอ้วนขึ้นและแน่นอนว่าการอ้วนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่บ่งบอกว่าร่างกายของคุณสมบูรณ์ขึ้นอย่างแน่นอนและมันอาจจะส่งผลให้คุณมีปัญหาสุขภาพอื่นๆทั้งกระดูกและข้อไขมันเลวส่วนเกินหรืออาจจะทำให้คุณต้องถอยเสื้อผ้าใหม่ยกตู้เพราะว่าอ้วนขึ้นมากนั่นเอง

พอกันทีกับการต้องเจอกับปัญหาที่มาจากอาการนอนไม่หลับเรามาเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายคือการกำจัดปัญหานี้ให้หายไปจากชีวิตของคุณให้เร็วที่สุดดีกว่าเพราะเราเชื่อว่าถ้าคุณได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่แล้วจะสามารถทำอะไรที่เป็นประโยชน์และสร้างความสุขให้กับทั้งตัวเองและคนรอบข้างมากขึ้นแน่นอน

 

มาเริ่มไล่ Sleepless Night ให้ออกไปจากชีวิตของคุณกันดีกว่า

  

ห้องนอนของคุณต้องเป็นห้องนอนจริงๆ
พยายามทำให้บรรยากาศมันน่านอนสุดๆ มีม่านบังแสงรบกวน ไม่มีเสียงรบกวนใดๆ เตียงนอนของคุณต้องเหมาะสมกับสรีระและที่สำคัญเมื่อคุณนอนแล้วมันต้องรู้สึกสบาย หมั่นทำความสะอาดทุกอย่างในห้องนอนเสมออย่าให้ฝุ่นมารบกวนทำให้คุณต้องเป็นภูมิแพ้ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการนอนไม่หลับนั่นเอง
และอยากแอบกระซิบเอาไว้ด้วยว่าให้ใช้เตียงนอนของคุณเพื่อนอนหรือเพื่อ Sex เท่านั้นอย่าพยายามกินขนมดื่มน้ำ ทำงานบนเตียง พยายามใช้เตียงเพียงแค่ 2 อย่างที่แนะนำจะช่วยเสริมการนอนหลับของคุณให้ดีขึ้นได้

ย้ายที่นอน
ถ้าเกิดคุณนอนบนเตียงของตัวเองไม่หลับจริงๆจะคิดหาสาเหตุก็คงจะยิ่งทำให้นอนไม่หลับเราขอแนะนำให้คุณลุกขึ้นไปนอนที่เตียงอื่นห้องอื่นเลยอาจจะเป็นอีกวิธีหนึ่งที่พอจะช่วยคุณได้

กำหนดเวลานอน
ร่างกายของคุณสามารถที่จะเรียนรู้และเคยชินกับการนอนและตื่นอย่างเป็นเวลาได้นั่นแหละเป็นสาเหตุว่าทำไมเมื่อคุณทำงานดึกๆประจำแล้วรีบนอนมันนอนไม่ค่อยหลับแต่คุณอาจจะต้องอดทนกับกระบวนการนี้เสียหน่อยแต่เชื่อได้เลยว่าถ้ามันเข้าที่เข้าทางแล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้น
อาจจะต้องขอความร่วมมือจากการทำงานของคุณด้วยอะไรก็ตามที่เคยเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณนอนดึกพยายามตัดทิ้งหรือจัดเวลาให้เหมาะสมที่สุดและในหนึ่งคืนคุณควรนอน 6-8 ชั่วโมงหรือจะพยายามกำหนดเวลานอนให้เป็นไปตามกฎการนอน 90 นาที (รอบในการนอนและสมองได้พักผ่อนอย่างเพียงพอใช้ในกรณีที่มีเวลานอนที่จำกัดได้ดี) ซึ่งถ้าขี้เกียจจะนับนิ้วให้ยากเรามีเว็บไซต์ https://sleepcalculator.co/ มาแนะนำเพื่อให้คุณค้นหาเวลานอนที่เหมาะสมนั่นเอง

พยายามอย่างีบจนเป็นกิจวัตร
การงีบระหว่างวันที่มากและบ่อยจนเกินไปย่อมส่งผลต่อการนอนหลับในเวลากลางคืนของคุณอย่างแน่นอนอย่างเช่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ให้คุณนอนตามปกติไม่จำเป็นที่จะต้องหาเวลานอนกลางวันมาชดเชยช่วงวันทำงานที่คุณได้นอนน้อยไปเพราะนอกจากมันจะไม่สามารถทดแทนกันได้มันอาจยังส่งผลให้อาการนอนไม่หลับของคุณไม่ยอมจากไปไหนเสียทีอีกด้วย

อย่าให้คาเฟอีนวกกลับมาทำร้ายคุณ
คุณไม่ควรอัดชาหรือกาแฟเข้าไปวันละหลายแก้วเพราะมันอาจจะทำให้คุณปวดหัวเวียนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะและแน่นอนว่ามันลามมาถึงการนอนไม่หลับได้นั่นเองซึ่งปริมาณคาเฟอีนที่เหมาะสมในแต่ละวันก็คือ 50 – 200 มก. นั่นเองซึ่งเป็นปริมาณที่กำลังเหมาะสมและเป็นประโยชน์กับร่างกายอีกด้วยโดยถ้าจะให้เทียบกันให้ชัดเจนก็คือไม่ควรดื่มกาแฟเกินวันละ 2 แก้วนั่นเองเพราะเอสเปรสโซ่ 1 ช็อตมีปริมาณคาเฟอีนประมาณ 40 มก. โดยปกติแล้วร้านกาแฟมักจะชงกาแฟโดยใช้เอสเปรสโซ่ 2 ช็อตเป็นส่วนใหญ่ซึ่งนั้นหมายความว่าถ้าคุณดื่มกาแฟวันละ 2 แก้วก็จะได้รับคาเฟอีนอยู่ที่ประมาณ 160 มก. ซึ่งยังเหมาะสมที่ร่างกายจะได้รับทั้งเป้นประโยชน์และไม่มีผลกระทบกับการนอนหลับอีกด้วย

ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายทำให้ร่างกายของคุณแข็งแรงทั้งกล้ามเนื้อปวดระบบไหลเวียนเลือดและยังช่วยให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นอีกด้วยแต่ถ้าคุณจะโหมออกกำลังกายอย่างหนักแล้วไปนอนเลยนั่นก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะเช่นเดียวกันซึ่งช่วงเวลาที่เหมาะสมในการออกกำลังกายก็คือการเว้นห่างจากเวลาหลังรับประทานอาหาร 2 ชั่วโมงและเวลาก่อนนอน 2 ชั่วโมงเพราะเมื่อคุณออกกำลังกายแล้วร่างกายจะตื่นตัวอย่างเต็มที่ทำให้เมื่อออกกำลังกายแล้วไปนอนเลยก็มักจะทำให้คุณนอนไม่ค่อยหลับนั่นเองลองออกกำลังกายก่อนนอนตามเวลาที่เราได้แนะนำไปน่าจะส่งผลดีกับร่างกายของคุณอย่างเต็มที่และไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของคุณอีกด้วย

พยายามไม่กินหรืองดอาหารหนักก่อนนอน
ถ้าก่อนนอนคุณเล่นจัดข้าวกระเพราไปพร้อมไข่ดาวก็บอกได้เลยว่ามันรบกวนการนอนหลับของคุณเป็นอย่างมากแต่ก็เป็นไปได้ที่คุณอาจจะหิวก่อนนอนและทำให้นอนไม่หลับเช่นกันถ้าอย่างนั้นขอแนะนำให้หาอะไรเบาๆติดตู้เย็นกันเอาไว้เช่นนมสด (ช่วยให้นอนหลับดีขึ้นด้วย) โยเกิร์ตน้ำเปล่าเพราะสิ่งเหล่านี้จะไม่รบกวนการนอนของคุณแต่อย่างไรก็ตามไม่ควรที่จะกินเข้าไปในปริมาณที่เยอะจนเกินไปเพราะอาจส่งผลให้คุณสะดุ้งตื่นเพราะอยากเข้าห้องน้ำกลางดึกและทำให้นอนต่อได้ยากก็เป็นได้

กิจกรรมก่อนนอน
พยายามหากิจกรรมผ่อนคลายปลดความเครียดความกังวลออกไปจากหัวคุณก่อนแม้เราจะเข้าใจว่ามันยากแต่มันก็เป็นสิ่งที่ร่างกายของคุณควรได้รับและเชื่อได้เลยว่าการได้พักผ่อนอย่างเต็มที่จะช่วยให้คุณคิดวิธีแก้ปัญหาต่างๆออกได้ดีกว่าเดิมแน่นอนคุณลองนั่งสมาธิฟังเพลงเบาๆอนุญาตให้ดูหนัง Feel Good จะดีกว่าหนังที่เครียดเพราะคุณอาจจะเก็บไปฝันพยายามหากลิ่นที่คุณชอบมาไว้ในห้องเพื่อที่จะช่วยผ่อนคลายคุณได้อีกทาง

ปรึกษาแพทย์

ถ้าคุณพยายามแล้วมันยังดูไม่ค่อยได้ผลการไปพบแพทย์อาจจะช่วยปลดบล็อกให้กับคุณได้และแน่นอนว่าคุณจะได้วิธีที่เหมาะสมกับร่างกายของคุณอีกด้วยอย่าปล่อยให้ปัญหาของการนอนไม่หลับมาทำให้การตื่นนอนในทุกๆวันของคุณมีปัญหาเพิ่มมากขึ้นกันดีกว่า

 

วันนี้เหมือนเราได้มาลงลึกกับคำว่า Sleepless Night กันเลยก็ว่าได้เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะได้แง่มุมในการแก้ปัญหานี้ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณไปบ้างและอยากจะขอให้ทุกคนดูแลใส่ใจสุขภาพของตัวเองกันให้มากอย่ามองข้ามเรื่องเล็กน้อยเพราะมันอาจจะวกกลับมาทำร้ายคุณได้มากกว่าที่คิดและอย่าจะฝากว่าสิ่งที่ไม่สามารถย้อนกลับมาได้นั่นก็คือเวลาถ้าคุณแก้ไขปัญหานี้ช้าเท่าไรร่างกายของคุณก็จะยิ่งได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้นเท่านั้นและถ้าคุณเกิดอะไรขึ้นมาอาจจะต้องเสียใจและเสียเวลากว่าเดิมก็เป็นได้

 

 

 

TAGSHow toLiving