Leisure  >  How to  >  Living

Perfect Work Space for Perfect Life

By Poy T. ● 06 พฤศจิกายน 2561

การทำงานแน่นอนว่ามีเรื่องของความเครียด นาทีเร่งด่วน ความกดดันต่างๆ เข้ามาทดสอบคุณอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้วแต่เราก็เชื่อว่าคุณสามารถรับมือกับมันได้แน่ๆ แต่จะดีกว่าไหมถ้าในชั่วโมงแห่งความเครียด ความกดดันและความเร่งด่วนของคุณจะมีมุมทำงานที่ดีมาเป็นตัวช่วยให้คุณทำงานได้ดีขึ้น นั่งสบาย มองไปทางไหนก็สบายใจ หยิบของง่าย หาของเจอ


วันนี้ MetroSociety จะขอยกเรื่องของ Work Space ทั้งในส่วนของมุมที่เหมาะจะเป็น Work Space หรือจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่คุณควรมีติดมุม Work Space ของคุณไว้ พร้อมทั้งเทคนิคการจัดทุกอย่างใน Work Space ของคุณให้ Balance กับการทำงานเพื่อช่วยให้คุณสบายทั้งร่างกายที่ไกลจากโรคออฟฟิศซินโดรมและจิตใจห่างไกลจากความเครียดได้พร้อม ๆ กัน

  

ถ้าเลือกได้มาเลือกมุมวางโต๊ะทำงานของคุณกันก่อนดีกว่า

การจะเลือกมุมนั่งทำงานที่ดีนั้นก่อนอื่นคุณควรเลือกมุมที่สามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบๆตัวได้อย่างง่ายดายไม่หลบมุมอยู่ในซอกจนเกินไปเพื่อที่คุณจะสามารถมองเห็นคนที่แวะเวียนไปมาหาคุณได้ง่ายขึ้นและตั้งรับกับหลาย ๆ สถานการณ์ได้ดีขึ้นนั่นเอง


จากนั้นมาดูกันที่โต๊ะทำงานของคุณกันบ้างดีกว่า คุณควรที่จะเลือกโต๊ะทำงานที่ใหญ่ไว้ก่อนโดยพิจารณาจากมุมทำงานของคุณว่ามีพื้นที่มากน้อยขนาดไหนแล้วก็พยายามเลือกโต๊ะที่ใหญ่และเหมาะกับขนาดพื้นที่ของคุณมากที่สุดและคุณอาจจะลองนั่งดูเพื่อทดสอบว่าคุณสามารถเอื้อมหยิบสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายหรือไม่ และอาจจะเน้นไปที่โทนสีของโต๊ะที่คุณมองแล้วรู้สึกสบายตาไม่อึดอัดอย่างเช่น เป็นสีธรรมชาติอย่างไม้ สีขาว สีเทา สีดำ เป็นต้น เพราะคุณต้องใช้เวลาอยู่กับมันวันละหลายชั่วโมงเลยทีเดียว ถ้าคำตอบลงตัวแล้วก็จัดมาได้เลย


สุดท้ายอย่าลืมดูทิศทางที่อากาศถ่ายเทกันด้วย อย่าให้โต๊ะทำงานตรงกับทิศทางที่ลมของเครื่องปรับอากาศลงมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้คุณไม่สบายบ่อยๆ และก็อย่าอยู่ห่างจากมุมที่ลมของเครื่องปรับอากาศจะไปถึงมากเกินไปเพราะคุณอาจจะหายใจไม่ทั่วท้องหน้ามืดเพราะอากาศไม่เพียงพอก็เป็นได้

 

แล้วคุณควรมีอะไรติด Work Space ของคุณไว้บ้าง?
1.
ถังขยะ 
มาทำให้ถังขยะของคุณมีประโยชน์มากกว่าที่เคยด้วยการแบ่งประเภทขยะกันดีกว่าเอาพื้นฐานเลยก็คือการแบ่งเป็นขยะรีไซเคิลอย่างเช่นพวกกระดาษขวดขยะเปียกขยะแห้งวางไว้มุมหลังโต๊ะทำงานของคุณก็เอื้อมทิ้งง่ายและไม่น่าจะรบกวนทางเดินของคุณอย่างแน่นอนช่วยลดขยะบนโต๊ะและช่วยคุณจัดการกับสิ่งที่ไม่ใช้แล้วได้เป็นอย่างดีแน่นอนเพิ่มความเป็นระเบียบให้กับ Work Space ของคุณในด่านแรกได้ง่าย ๆ เลยทีเดียว

2. Cable Corral เล็กพริกขี้หนูจริง ๆ กับอุปกรณ์นี้ตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้ความยุ่งเหยิงของทั้งสายชาร์จสายไฟต่างๆบนโต๊ะของคุณถูกจัดการอย่างเป็นระเบียบจะใช้ก็ง่ายจะเก็บก็ไม่มีปัญหาอะไรแถมยังถือเป็นการช่วยป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรจากสายไฟที่พันกันให้วุ่นวายอีกด้วย

  

3. Document Storage เอกสารสมุดโน้ตสมุดบัญชี Planner Book หนังสือข้อมูลเอกสารที่ต้องเซ็นด่วนคุณน่าจะปวดหัวแน่นอนถ้าไม่จัดและวางมันให้เป็นระเบียบตั้งแต่แรกจะหาอะไรแต่ละทีทำยุ่งไปทั้งโต๊ะลองหาที่แยกเอกสารจะเป็นกล่องเป็นชั้นก็ได้เลือกสีสันที่ทำให้โต๊ะของคุณดูสดใสหรือสุขุมก็ทำได้ตามสไตล์คุณเลยและคุณก็จะไม่ต้องปวดหัวกับการค้นหาสิ่งเหล่านี้อีกแน่นอน

4. Calendar & Clock อีกหนึ่งอย่างที่ควรอยู่คู่โต๊ะเอาไว้จดเตือนวันเวลาให้กับคุณไม่ให้หลงลืมทำงานเพลินจนลืมว่าวันนี้วันอะไรเวลาไหนคุณต้องมีเวลาพักเวลาทานข้าวทานกาแฟบ้างเพื่อป้องกันออฟฟิศซอนโดรมที่จะแวะมาทักทายคุณและยังเป็นการเตือนคุณไม่ให้หลงลืมอะไรที่สำคัญไปนั่นเอง

5. Junk Jar อุปกรณ์จิปาถะบนโต๊ะคุณอย่างเช่นปากกาดินสอกรรไกรคัตเตอร์พวกคลิปหนีบกระดาษไส้ที่เย็บกระดาษ Post It เศษเหรียญหรืออุปกรณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรก็ตามที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณลองหา Junk Jar สีใสมาใส่เพื่อจัดระเบียบและทำให้มันมองเห็นได้ง่ายไปพร้อม ๆ กันดูดีกว่าเรียกได้ว่าพร้อมใช้แถมสบายตากันแน่นอน

6. Decoration มาเพิ่มสีสันและความสบายตาสบายใจให้กับตัวเองกันบ้างด้วยการหาอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณชอบมาวางเพื่อตกแต่งโต๊ะทำงานหรือมุม Work Space ของคุณ แน่นอนคุณคงรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เห็นแถมถ้ามีใครแวะเวียนมาหาคุณแล้วล่ะก็มันก็ยังเป็นตัวบอกสไตล์ของคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

7. ลูกอมขนมขบเคี้ยว แต่เน้นว่าอย่ามากไปล่ะเพราะอาจจะกลายเป็นความอ้วนไปแทนเพราะคุณก็นั่งอยู่กับที่เป็นส่วนใหญ่แต่ที่แนะนำให้มีสิ่งเหล่านี้เอาไว้ก็เพราะว่าบางทีการทำงานอาจจะทำให้คุณหน้ามืดหรือรู้สึกเวียนหัวบวกกับความเครียดถ้ามีอะไรให้คุณได้อมหรือเคี้ยวเป็นรสชาติที่มอบความสดชื่นให้กับคุณได้ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดีกับการทำงานของคุณและแอบกระซิบว่าบางครั้งคุณอาจจะนั่งอยู่ตรงนั้นนานและไม่ได้พูดกับใครสิ่งเหล่านี้ช่วงลดปัญหากลิ่นปากของคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

8. หาต้นไม้มาไว้ในห้อง คุณเข้าใจถูกแล้วว่าต้นไม้มันควรอยู่กลางแดด…แต่ก็มีต้นไม้บางชนิดเหมือนกันที่สามารถอยู่ในที่ร่มได้แถมบางชนิดยังสามารถช่วยคุณฟอกอากาศได้อีกและจะดีกว่าไหมถ้ามันจะมาช่วยเพิ่มอากาศดี ๆใน Work Space ของคุณสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นตัวอย่างของต้นไม้ที่สามารถอยู่เป็นเพื่อนคู่ใจให้คุณได้ก็อย่างเช่นลิ้นมังกรว่านหางจระเข้ไทรใบสักประมาณนี้แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มเอาต้นอะไรมาก่อนดีแล้วขนาดประมาณไหนถึงจะอยู่กับ Work Space ของคุณได้ลองแว๊บเข้าไปดูที่นี่ก่อนได้ 6 ต้นไม้ปลูกในบ้าน เผื่อมันจะจุดไอเดียรักธรรมชาติให้คุณได้มากขึ้น

  

มีอุปกรณ์ทุกอย่างแล้วจัดอย่างไรให้ Balance

1. จัดทุกอย่าง ความเป็นระเบียบช่วยให้การทำงานของคุณง่ายขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียวแถมบางครั้งมันยังแอบมีผลกับความคิดสร้างสรรค์และจัดการกับความเครียดของคุณได้ดีอีกด้วยและถ้าเป็นไปได้เอกสารต่างๆของคุณถ้ามันสามารถอยู่ในรูปแบบของไฟล์ภายใน Laptop ของคุณได้ล่ะก็มันก็เป็นสิ่งที่ควรทำมากกว่าเพราะโต๊ะของคุณจะสบายตาและมีระเบียบขึ้นเยอะเลยทีเดียว

จากนั้นเมื่อคุณได้อะไรใหม่ ๆ มาก็เก็บมันเข้าที่ซะ…แต่บังเอิญถ้าบางอย่างมันไม่มีหมวดหมู่ที่จัดวางก่อนหน้านี้ก็ไม่ยากที่คุณจะลองหาอุปกรณ์มาจัดมันเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของ Work Space ของคุณอย่างมีคุณภาพอีกสักอย่างหนึ่ง

 2. อย่าลืมทำ To Do List ทำเป็นรายวันรายสัปดาห์รายเดือนอาจจะช่วยให้คุณจัดการเตรียมทุกอย่างเอาไว้ได้ตั้งแต่ต้นอย่างไม่เร่งรีบการวางแผนชีวิตของคุณสามารถส่งผลมาถึงการวางแผนพื้นที่ Work Space ของคุณได้ด้วยขอแนะนำให้คุณทำแล้วคุณจะเห็นภาพว่าในแต่ละวันคุณต้องใช้อุปกรณ์อะไรเพื่อทำงานอะไรบ้างไม่ต้องหยิบซ้ายหยิบขวาพลอยทำให้โต๊ะยุ่งเหยิงเปล่า ๆ

 3. แบ่งสีแบ่งพวกให้แฟ้มต่าง ๆ บนโต๊ะคุณ นอกจากจะจัดหมวดหมู่แล้วขอแนะนำว่าแบ่งสีไปเลยยิ่งดีและสะดวกไม่ว่าคุณจะเลือกแบ่งสีจากความด่วนในการทำงานประเภทของมันหรืออะไรก็ตามวิธีนี้มันก็ช่วยคุณได้มากแค่มองก็หยิบได้แบบไม่ต้องมาค้นกันให้เสียเวลา

นอกจากนี้คุณอาจจะลองวางแฟ้มเอกสารที่อยู่ในประเภทเร่งด่วนเอาไว้ในแนวตั้งเพราะมันจะช่วยให้คุณเหลือพื้นที่รอบโต๊ะไว้ใช้สอยประโยชน์อย่างอื่นได้มากขึ้นนั่นเอง…ลองเอาไปใช้ดูแล้วคุณจะลืมความยุ่งเหยิงแบบเดิมไปได้แน่นอน

  

4. วางโทรศัพท์มือถือไว้ข้างที่มือถนัดเสมอ แน่นอนว่ามีหลายครั้งที่เขาว่ากันว่าโทรศัพท์มือถือมีส่วนทำให้สมาธิในการทำงานลดลงแต่ถ้าคุณคือคนหนึ่งที่ทำงานเกี่ยวกับการติดต่อและต้องพูดคุยประสานงานตลอดเวลาล่ะก็คุณก็ควรตั้งสมาธิให้มั่นและแบ่งสติมารับโทรศัพท์ได้เช่นกันการวางมือถือเอาไว้ที่มือข้างที่คุณถนัดจะตัดปัญหาการหาโทรศัพท์และยังถือเป็นการจัดระเบียบให้กับโต๊ะทำงานของคุณให้ดีขึ้นได้อีกด้วยเมื่อทุกอย่างมีที่อยู่ประจำของมันการทำงานของคุณก็จะลื่นไหลได้มากขึ้น

5. หน้าจอของคุณอยู่ถูกที่ถูกทางหรือไม่รู้กันดีแต่ละเลยกันบ่อยมากสำหรับตำแหน่งการวางหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกต้องทั้งที่รู้กันดีมากว่ามันเป็นสาเหตุหลัก ๆ ของอาการออฟฟิศซินโดรมที่ทำให้คุณทั้งปวดเมื่อยเหนื่อยล้าและเครียดแต่ความรีบเร่งหรือความคุ้นเคยเอาง่ายเข้ามากลับมาทำให้คุณลืมสนใจมันไปเสียอย่างนั้น

เอาใหม่! รักงานก็ต้องรักตัวเองมุมทำงานเป็นของคุณ…คุณควรจะปรับมันให้เข้ากับคุณมากที่สุด…เริ่ม! กลางจอคอมพ์อยู่ในระดับเดียวกับสายตา วางไว้ห่างจากตาคุณประมาณ 2.5 ฟุต เลือกจอที่ถนอมสายตาให้มากที่สุดด้วย คีย์บอร์ดก็กะระยะให้อยู่ประมาณข้อมือและศอกถือว่ากำลังดี ถ้ามีเม้าส์ก็ไม่จำเป็นต้องขนาดเล็กเหมือนหนูขนาดนั้นเลือกให้พอดีมือดีกว่ายิ่งคุณเป็นผู้ชายมืออาจจะใหญ่กว่าขนาดทั่วไปลองลงลึกไปเลือกมาดี ๆ สักอันเสียเวลานิดหน่อยแต่คุ้มกว่ากันเยอะเลย…ต่อไปก็ได้เวลาลองทำตามที่แนะนำดูกันเลย!

6. ความสว่างเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ มาปิดท้ายกันด้วยความสว่างในบริเวณของ Work Space ของคุณไม่ว่าจะมุมไหนจะต้องไม่ตกเงามากวนใจคุณเพราะนอกจากจะทำให้คุณทำงานไม่สะดุดมองเห็นไม่ค่อยชัดแล้วนั้นการที่มีแสงไม่เพียงพอหรือแสงนั้นอยู่ในมุมที่ตกกระทบกับสิ่งต่าง ๆ จนเกิดเงานั้นยังเป็นผลเสียกับสายตาของคุณเป็นอย่างมากอีกด้วยถึงเวลาไปหาโคมไฟหรืออุปกรณ์ให้แสงสว่างตามสไตล์คุณมาเติมเต็มทุกมุมของคุณให้มีแสดงสว่างเพียงพอกันได้แล้ว

 

บอกเลยว่าการทำงานใช้แค่ใจอย่างเดียวอาจจะไม่พอเพราะเมื่อนานไปสุขภาพร่างกายมันดันเสื่อมถอยจากการลืมใส่ใจของคุณประสิทธิภาพการทำงานก็ย่อมลดลงเป็นธรรมดา…ลองหยิบเทคนิค Perfect  Work Space ที่ MetroSociety แนะนำกันวันนี้ไปปรับกับมุมทำงานของคุณกันบ้างก็อาจจะช่วยทำให้การทำงานของคุณ Balance กับการใช้ชีวิตมากขึ้นได้อย่างง่าย ๆ เลยทีเดียว

 

TAGSHow toLiving