Leisure  >  How to  >  Living

Invest your salary

By Poy T. ● 01 ตุลาคม 2561

ก่อนที่เราจะมาเข้าเรื่องการลงทุนก่อนอื่นอยากจะลองให้คุณถามตัวเองกันให้ดี ๆ ก่อนว่าคุณมีแผนการอะไรในใจบ้าง อย่างเช่น เงินเดือนของคุณมีแนวโน้มจะก้าวหน้าขึ้นหรือไม่ คุณมีภาระอะไรบ้างที่ต้องรับผิดชอบ เงินที่คิดว่าอยากจะเอามาลงทุนมีจำนวนเท่าไรและที่สำคัญเป็นเงินเย็นใช่หรือไม่

และแม้ว่าคุณจะมีแผนการแต่ด้วยความผันผวนทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นนั้นคุณมีแผนอะไรสำรองไว้บ้างหรือไม่ และอีกหลายๆ คำถามที่ตัวคุณเองน่าจะรู้ดีถ้ามีโอกาสหยุดคิดและคุยกับตัวเองสักครู่…

เอาล่ะ! MetroSociety เชื่อว่าทุกคนที่ตัดสินใจเข้ามาและอ่านมาจนถึงตรงนี้น่าจะพอมีแผนในใจหรือไม่ก็พร้อมเต็มที่แล้วที่จะเริ่มเรียนรู้เทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้เพื่อเอาไปต่อยอดและเอาไปปรับใช้ในเข้ากับไลฟ์สไตล์ของพวกคุณกันถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

1. วิธีแสน Basic ฝากประจำ

  

วิธีนี้ไม่ต้องคิดมากเลือกตามใจชอบได้เลยถ้าตามหลักก็แนะนำว่าให้เลือกฝากธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงที่สุดและตัดปัญหาความไม่มีวินัยในการออมของคุณออกไปด้วยการให้ตัดผ่านบัญชีของคุณเป็นประจำทุกเดือนเมื่อครบกำหนดไปเลยเพราะอย่างที่รู้กันดีว่าการใช้จ่ายมันง่ายดายและล่อใจมากถ้าตัดปัญหาเงินเดือนเข้าก็โดนตัดไปฝากทันทีเลยคุณก็จะไม่ได้ต้องมานั่งเสียดายที่แพ้ใจตัวเองกันไปในจุดนี้

  

โดยบางคนอาจจะเริ่มต้นไม่ถูกว่าแล้วจะเริ่มฝากเท่าไรดีขอแนะนำว่าให้ลองดูพิจารณาจากเงินเดือนของคุณก่อนพร้อมทั้งคิดถึงรายจ่ายที่จำเป็นออกมาก่อนขอย้ำว่ารายที่ “จำเป็น” เท่านั้น! เช่น ค่าเช่าหรือผ่อนบ้านคอนโด ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่ากินโดยเฉลี่ยในแต่ละวัน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของคุณที่พิจารณาแล้วว่าจำเป็นจริงๆ แล้วก็ดูว่าเหลือเงินเท่าไรจะฝากทั้งหมดตามนั้นเลยก็ได้แต่อย่าลืมว่าคุณต้องฝากจำนวนเท่ากันทุกเดือน หรือถ้าอยากจะดึงเงินสำรองไว้หน่อยอาจจะฝากเงินเป็นจำนวน 10% ของเงินเดือนคุณก็ได้ ในข้อนี้ขอให้ลองพิจารณาตามความสะดวกของคุณเป็นหลักรวมทั้งให้แน่ใจว่าคุณจะมีวินัยกับการเริ่มต้นออมในข้อนี้ได้ 100%

 

2. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

  

นี่คือกองทุนที่ถ้าคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วไม่มีถือว่าผิด! เพราะมันเป็นกองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างจะร่วมกันจัดตั้งขึ้นและแบ่งหน้าที่กันโดยมีส่วนที่ลูกจ้างจ่ายเรียกว่า “เงินสะสม” แล้วส่วนของนายจ้างก็จะเรียกว่า “เงินสมทบ” แต่เงินสมทบจากนายจ้างจะมากจะน้อยก็แล้วแต่ความใจดีของแต่ละบริษัทกันอีกทีหนึ่ง

  

โดยคุณเลือกได้เลยว่าจะแบ่งเงินเดือนของคุณไปลงทุนเท่าไรเลือกได้ตั้งแต่ 2%-15% แต่ถ้าจะให้แอบแนะนำอยากขอบอกว่าให้เลือกแบบเต็ม Max ที่ 15% กันไปเลยเพราะนี่คือกองทุนที่มีจุดประสงค์หลักก็เพื่อทำให้คุณมีวินัยในการออมเงิน และยังสามารถเกิดดอกออกผลได้อีกเพราะมีผู้บริหารมืออาชีพคอยดูแลในส่วนนี้ให้กับคุณอยู่แถมยังมีสิทธิลดหย่อยภาษีแถมให้คุณได้อีก นี่คือการลงทุนที่ต้องคิดคำนวณให้ดีแต่ความเสี่ยงก็ไม่ได้มากมายจนทำให้คุณต้องเป็นกังวลเพียงแค่เลือก % ในการออมให้เหมาะสมกับการใช้จ่ายของคุณก็พอ

 

3. การออมเงินในหุ้นก็น่าสนใจ

  

ก่อนที่จะตัดสินใจในข้อนี้คุณต้องสูดหายใจลึกๆมีสติและอยู่กับความเป็นจริงเข้าไว้เพราะมันเริ่มมีเรื่องของความเสี่ยงและความตื่นเต้นเข้ามาบ้างแล้วแต่ถ้าคุณคิดอยากจะจริงจังกับการออมในรูปแบบของการออมหุ้นจริงๆทาง Metro Society ก็มีเทคนิคมาแนะนำคุณอยู่เหมือนกัน


จุดหมายหลักของมนุษย์เงินเดือนที่ลงทุนในหุ้นส่วนใหญ่ก็คือเงินปันผลแต่ถ้าจะหวังแค่เงินปันผลแบบสั้น ๆ ก็คงจะไม่เวิคเท่าไรนักขอให้หนึ่งในส่วนที่คุณพิจารณาก่อนจะเลือกซื้อหุ้นมาออมกันนั่นก็คือความต่อเนื่องของการปันผลและมีแนวโน้มว่าการปันผลจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ อีกด้วย

  

และอย่าลืมที่จะท่องเอาไว้ให้ขึ้นใจว่านี่คือการลงทุนระยะยาวนอกจากเงินจะต้องเป็นเงินเย็นแล้วคุณก็ต้องใจเย็นเหมือนเงินด้วยเช่นเดียวกันไม่ใช่เพียงแค่ได้เงินปันผลพอใจแล้วก็ขายทิ้งซื้อใหม่อะไรประมาณนี้ทางที่ดีอยากให้คุณแข็งใจถือหุ้นเอาไว้ในระยะ 1-3 ปีเพื่อที่จะรอดูการขึ้นลงของหุ้นจนถึงจุดที่คุ้มทุนในการขายและในตอนนั้นคุณก็ยังกวาดปันผลมาเรียบร้อยแล้วอีกด้วย


ส่วนต่อไปที่ห้ามลืม! อย่าให้ปันผลสูง ๆ มาหลอกคุณได้เพราะถ้าบางตัวสูงเกินจริงและดูดึงดูดคุณมากและมันก็ดึงคุณไปได้สำเร็จแต่คุณจำเป็นต้องเข้าไปศึกษาถึงผลการดำเนินการของทางบริษัทเสียก่อนถ้าบังเอิญว่าปีที่บริษัทนี้ปันผลสูงจนล่อใจคุณนั้นคือปีเดียวกับที่เขาสามารถขายที่ดินได้เงินมามหาศาลซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็การปันผลในครั้งต่อไปก็อาจไม่ได้ตรงตามที่ใจคุณหวังอย่างแน่นอน

 

4. ประกันชีวิตไม่ได้มีไว้จ่ายอย่างเดียว

  

คิดแบบง่ายที่สุดหากคุณเลือกซื้อประกันชีวิตคุณจะมีคนดูแลคุณถึง 2 ทางทั้งประกันที่ส่วนใหญ่แทบทุกบริษัทจะทำไว้ให้คุณอยู่แล้วและอีกทางก็คือบริษัทประกันชีวิตที่คุณเลือกซื้อประกันด้วยนั่นแหละถือว่าเป็นการช่วยปิดช่องโหว่ในการใช้ชีวิตที่ดีเพราะทุกวันนี้คติที่อยากให้คิดไว้เสมอก็คือ “ความไม่แน่นอนนั่นแหละที่แน่นอนที่สุด”


แต่เชื่อเลยว่าจุดที่ทำให้คุณรู้สึกไม่สนใจประกันชีวิตมากที่สุดเพราะส่วนใหญ่ยังเชื่อว่าเป็นการซื้อไปแบบเสียเงินเปล่าซึ่งนั่นมันก็ไม่ใช่ความจริงทั้งหมดเพราะในสมัยนี้มีรูปแบบของประกันชีวิตออกมามากมายและยังมีแบบที่ให้ผลตอบแทนคุณคืออีกมากมายด้วยเช่นกัน นอกจากนี้คุณยังสามารถกู้เงินจากประกันชีวิตของคุณได้อีกด้วยเปรียบเหมือนการยืมเงินในอนาคตของคุณมาใช้แล้วค่อยๆ ผ่อนคืนนั่นเองแม้ว่าการกู้ยืมจะไม่ใช่สิ่งที่อยากจะแนะนำมากนักแต่คงจะดีกว่าถ้าคุณยืมเงินของตัวเองและมีเป้าหมายในการคืนที่ชัดเจน

  

และนอกจากในส่วนของการปันผลคือในรูปแบบต่าง ๆ ของประกันชีวิตแล้วนั้นก็เหมือนคุณได้ทำการเก็บเงินในส่วนของค่ารักษาพยาบาลเอาไว้นั่นเองและข้อดีขอคุณก็คือคุณคือมนุษย์เงินเดือนที่รู้ดีว่าตัวเองจะมีเงินเข้ามาวันไหนและเดือนละเท่าไรทำให้สามารถจัดสรรปันส่วนเงินไปไว้ในส่วนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดีและความผิดพลาดจะค่อนข้างน้อยมากถ้าคุณทำทุกอย่างด้วยระเบียบวินัย

 

5. ลงทุนการความรู้

  

อาจจะดูแปลกๆไปหน่อยและไม่ได้ให้ผลกำไรคุณคืนเป็นตัวเงินที่ชัดเจนแต่ก็ไม่อยากให้คุณเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนที่ใช้ชีวิตไปตามสิ่งที่ต้องทำและผ่านไปแต่ละวันอย่างที่ไม่มีอะไรเพิ่มเติมเข้ามาในชีวิตและความคิดเลยการที่คุณใช้ชีวิตวนไปแบบนี้อาจจะทำให้คุณเกิดอาการเบื่อชีวิตเบื่อการทำงานขึ้นมาซะงั้นซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นแล้วล่ะก็แก้ยากและแย่แน่ ๆ
เพราะฉะนั้นการแบ่งเงินเพื่อไปลงทุนการการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือสิ่งที่คุณสนใจนี่แหละคุ้มค่าที่สุดและไม่แน่คุณอาจจะได้ช่องทางใหม่ๆ มาเพิ่มทั้งรายได้และสีสันให้กับชีวิตมนุษย์เงินเดือนของคุณก็เป็นได้หรือสุดท้ายต่อให้ไม่ได้อะไรกลับมาเป็นรูปธรรมแต่คุณก็ได้เรียนรู้มันไปเรียบร้อยแล้วและมีความรู้เหล่านี้ติดตัวไปตลอดอีกด้วย

 

 

แนวทางการลงทุนในแบบต่าง ๆ มาฝากให้คุณได้ลองเก็บไปคิดกันต่อหลากหลายแนวแต่มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกเหล่า Salary Man เอาไว้ก็คืออย่าลืมที่จะใส่ใจสุขภาพร่างกายรวมทั้งความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเอาไว้ให้แน่นเฟ้นโดยเฉพาะกับครอบครัวของคุณเพราะในวันที่คุณมุ่งมั่นปั่นงานตะลุยลงทุนคุณอาจจะลืมมองรอบ ๆ ตัวไปแล้วถ้าวันหนึ่งที่คุณประสบความสำเร็จไปถึงเป้าหมายที่ใจหวังแล้วแต่คุณกลับรู้สึกไม่มีใครคอยแชร์ความสุขใจเหล่านี้กับคุณเลยต่อให้ทำงานและลงทุนได้ประสบความสำเร็จแค่ไหนแต่ความสุขใจของคุณอาจจะไม่เหลืออยู่แล้วก็เป็นได้มาเริ่ม Balance Life ของคุณให้เติบโตไปพร้อมๆกันทุกด้านดีกว่าทั้งการงานการเงินสุขภาพครอบครัวและความสัมพันธ์

 

TAGSHow toLiving