Ananda UrbanTech ปฏิวัติวงการอสังหาฯ ปรับโครงสร้างสู่ Tech Company รายแรก

By Duty editor ● 03 กุมภาพันธ์ 2560

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ปฏิวัติวงการอสังหาฯ รายแรก ประกาศตัวเป็น  Tech Company” ของวงการ ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ พร้อมเปิดตัว Ananda UrbanTech  ที่นำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพัฒนา ยกระดับมาตรฐานในการขับเคลื่อนองค์กรและโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ก้าวทันต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดและผู้บริโภค สร้างสรรรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองให้มีความทันสมัยและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น 

 

 

พร้อมโชว์ศักยภาพ Ananda Campus สำนักงานที่ชาญฉลาดที่สุดในเอเชียที่พร้อมสร้างการเติบโตให้แก่อนันดาถึง 300% ในอีกสามปีข้างหน้า   เปิดตัวโครงการนำร่อง บริการระบบ ฮอปคาร์ (Haupcar) ) หรือบริการ car-sharing ในโครงการ ไอดีโอ คิว จุฬา-สามย่าน และ ไอดีโอ โมบิ สุขุมวิท อีสท์เกสต์ เทคโนโลยีล้ำสมัยที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง เริ่มให้บริการในวันที่ 2 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งจับมือกับพันธมิตรแถวหน้า อาทิ Hubba , Seedstars , Sasin , Builk ฯลฯ ที่เชี่ยวชาญด้าน   Startup มาร่วมกันคัดสรรนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆที่อนันดาฯสามารถนำมาพัฒนาใช้ในธุรกิจหลักได้ในอนาคต เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Ananda UrbanTech ช่วยสร้างสรรไลฟ์สไตล์ใหม่ๆพร้อมยกระดับชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

 

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ที่ผ่านมา อนันดาฯ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งด้านการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาเทคโนโลยี จนกลายเป็นผู้นำอสังหาริมทรัพย์ติดรถไฟฟ้าและผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยของคนเมืองในด้านต่างๆ อนันดาฯ ให้ความสำคัญในการนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาผสานในทุกองค์ประกอบของการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เริ่มตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการก่อสร้าง  รวมไปถึงการเงิน  การตลาด  และ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในโครงการ ผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ ที่อนันดาฯ ตั้งใจนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเราและชีวิตคนเมือง

 

 

จากผลสำรวจทางสถิติในปีพ.ศ. 2478 พบว่า 500 บริษัทในสหรัฐมีอายุเฉลี่ย 90 ปี และสำรวจอีกครั้งเมื่อปีพ.ศ. 2548 พบว่าอายุเฉลี่ยของบริษัทใน Fortune 500 ได้ลดลงเหลือเพียง 15 ปี โดยมีแนวโน้มที่จะลดลงต่ำกว่า 10 ปีนับจากนี้ (Source : Professor Charles A. O’Reilly III, Stanford Business School YPO 2016 ) ดังนั้น เพื่อคงไว้ซึ่งธุรกิจและความสำเร็จต่อไปในอนาคต บริษัทจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมและปรับปรุงวิธีการดำเนินงานของตัวเราเองอยู่ตลอดเวลา”  นายชานนท์กล่าว

 

โดยในระยะเวลา 5-10 ปีต่อจากนี้ เทคโนโลยีจะมีความก้าวหน้าและพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และยังมีผลต่อกระบวนการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น วิธีการก่อสร้าง การออกแบบ สิ่งอำนวยความสะดวก ฯลฯ ที่จะเข้ามาบูรณาการการใช้ชีวิต สร้างสรรค์นวัตกรรมที่ช่วยประหยัดเวลา มีนวัตกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพ  ช่วยดูแลเด็กและผู้สูงอายุ  เรียกว่าเทคโนโลยีจะเข้าไปมีบทบาทในทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต

 

 

ดังนั้นบรรดาธุรกิจต่างๆ ต้องมีการปรับตัวและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด  โดยเทคโนโลยีจะเป็นตัวช่วยอันดับแรกๆ ที่ผู้นำทางธุรกิจจะเลือกใช้เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของตน  และจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่โครงการที่อยู่อาศัยจะมีการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นแค่วัสดุในรูปทรงนั้นๆ ในสถานที่นั้นๆ สู่สิ่งที่สามารถอำนวยความสะดวกและกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของคนในชุมชนเมือง

 

 

ด้วยเหตุผลนี้ อนันดาฯ จึงได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการบริหารพร้อมแต่งตั้งคณะผู้บริหารขึ้นมาเพื่อรับหน้าที่เป็นการเฉพาะ และเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนบริษัทไปสู่การเป็น Tech Company โดยได้มีการแต่งตั้งผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถ ได้แก่ ดร. เชษฐ์ ยง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายนวัตกรรม (Chief Innovation Officer) มีหน้าที่ความรับผิดชอบครอบคลุมการเป็น 'Think Tank' หรือ ศูนย์รวมทางความคิดเพื่อเสริมเข้ากับนวัตกรรมทั้งหมด และ ดร. จอห์น มิลลาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ เป็นผู้มีบทบาทอันหลากหลายและเป็นผู้วางแผนกลยุทธ์นวัตกรรมใหม่ของบริษัท 

 

 

“Ananda UrbanTech”  เป็นการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาผสมผสานกับการพัฒนาโครงการต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตระหนักดีว่าเทคโนโลยีมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้าน การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในทุกพื้นที่และทุกประเภทของเทคโนโลยี จึงทำให้ต้องเร่งสร้าง Solutions ใหม่ๆ ที่สามารถเพิ่มมูลค่ามากยิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิทัล 

 

 

อนันดาฯ ให้การสนับสนุนและริเริ่มนวัตกรรมและกลยุทธ์ใหม่ๆที่จะเริ่มมีให้เห็นในปีนี้ และบางส่วนได้มีการริเริ่มไปก่อนหน้านี้โดยจะมีการขยายผลเพิ่มขึ้น ประเดิมก้าวแรกด้วยเทคโนโลยีใหม่เพื่อความสะดวกสบาย ได้แก่ การจับมือกับ Haupcar Co, ผู้ให้บริการ ฮอปคาร์ (Haupcar) ซึ่งเป็นการให้บริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระบบ car-sharing ให้บริการรถเช่าในรูปแบบการบริการตนเอง โดยเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นการใช้รถร่วมกันผ่านทางสมาร์ทโฟน ที่อนุญาตให้ผู้ใช้บริการสามารถขับรถหรือ แบ่งปันรถยนต์ใช้ระหว่างกันได้ตลอดเวลาซึ่งเป็นการตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองที่สะดวกสบายอย่างแท้จริง

 

 

Ananda UrbanTech Strategy:

“กลยุทธ์ที่สำคัญของอนันดาฯ คือการบริหารจัดการการเข้าถึงความรู้ด้านเทคโนโลยี และการจัดการความเสี่ยงที่เกิดจากนวัตกรรมที่มีอัตราการล้มเหลวสูงเพื่อตอบสนองต่อความจำเป็นสองประการ ได้แก่ กลยุทธ์การบริหารจัดการนวัตกรรมจากภายนอก ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ 1. การสนับสนุนระบบ Ecosystem หรือ ระบบนิเวศน์ของนวัตกรรม ซึ่งเป็นกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนผู้ริเริ่มนวัตกรรมอื่นๆ ในระบบนิเวศน์มากกว่าการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกหรือกิจกรรมการแข่งขันให้ผู้ริเริ่มนวัตกรรมอื่นๆ โดยอนันดาฯ จะเป็นผู้ให้การสนับสนุนผู้อื่นมากกว่าการลงมือทำเอง ซึ่งจะสนับสนุนการบ่มเพาะทางธุรกิจ และการเฟ้นหาธุรกิจใหม่ๆ มากกว่าการทำโดยลำพัง สิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงเทคโนโลยี ความคิด ความรู้ และผู้คนได้อย่างกว้างขวางโดยมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง

 

 

การสนับสนุน Ecosystem เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจและก้าวสู่การเป็น UrbanTech Company ตลอดจนสร้างสรรค์บริการต่างๆ ให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง ซึ่งอนันดาฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับแถวหน้าอย่าง Hubba Thailand ในการสร้าง Ecosystem ที่ดีที่สุดให้แก่สตาร์ทอัพไทย และให้การสนับสนุน Startup, Incubator (โครงการที่ช่วยบ่มเพาะ Startup ตั้งแต่เริ่มต้นมีไอเดียจนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาด) และ Accelerators (โครงการที่ช่วยผลักดันให้ Startup ที่มีผลิตภัณฑ์สามารถเติบโตขยายธุรกิจออกไปได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น) ที่มีอยู่แล้วแทนที่จะมาแข่งขันกันเองเพื่อได้แลกเปลี่ยนไอเดีย แรงบันดาลใจ และคอนเน็คชั่นใหม่ๆ  ผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่อนันดาฯ ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เช่น การจัด Hackathon, Tech Meet-up, Techsauce summit เป็นต้น  โดยที่ผ่านมาอนันดาฯ ให้การสนับสนุน Digital Ventures หนึ่งในพันธมิตรเพื่อประสานประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการและพนักงานของบริษัท

 

 

นอกจากนี้ ยังให้การสนับสนุนเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น งานเปิดตัว LINE Finance, การประชุมและฝึกอบรมร่วมกับ Seedstars และให้การสนับสนุนการเดินทางร่วมกับทีมบริหารระดับสูง  ของอนันดาฯ เพื่อเดินทางไปศึกษาอบรมที่ Silicon Valley's Singularity University นำมาซึ่งกลยุทธ์ในการสนับสนุนและผลักดันให้เหล่าสตาร์ทอัพได้สามารถเข้าถึงเครือข่าย เทคโนโลยี และ Know-How ต่างๆ เพื่อเป็น UrbanTech Startup ที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

 

ล่าสุด อนันดาฯ และศูนย์ส่งเสริมผู้ประกอบการ แห่งศศินทร์ (Sasin Center for Entrepreneurship) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตกลงความร่วมมือกันเพื่อดำเนินงานวิจัยระบบนิเวศน์นวัตกรรมท้องถิ่น เพื่อความร่วมมือที่ดีขึ้นของชุมชนอีกด้วย  2. การจัดตั้งเงินกองทุน  ( Fund of Fund ) ซึ่งเป็นการลงทุนในกองทุนต่างๆทั่วโลก ทั้งในด้านนวัตกรรมใหม่ๆ และเพื่อร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการที่มีความเชี่ยวชาญ   3. การบริหารกิจการร่วมทุน ( Corporate Venture Capital) คือ การร่วมลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพและมีเทคโนโลยีที่สามารถนำมาเสริมธุรกิจขององค์กรในอนาคตได้  และอีกหนึ่งกลยุทธ์ คือ การบริหารจัดการนวัตกรรมภายในองค์กร ซึ่งจะเป็นโครงสร้างของวิธีการจัดการนวัตกรรมโดยบริษัทของอนันดาฯเอง มีอยู่สองวิธี คือ วิธีที่ความคิดใหม่ๆจะถูกประเมินและดำเนินการอย่างไร และมีวิธีการอย่างไรที่จะค้นหาคำตอบในการแก้ปัญหาสำหรับลูกค้า และหน่วยธุรกิจต่างๆของอนันดาฯ ให้จงได้”

 

 

Ananda Campus : The Smartest office in Asia

อนันดาฯ ไม่เพียงปรับเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจเท่านั้น หากรวมไปถึงการปรับวัฒนธรรมองค์กรให้พนักงานมีความพร้อมเพื่อรองรับการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ Tech Company อีกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่อนันดาฯ ดำเนินการมาแล้ว 2-3 ปีก่อนหน้านี้  โดยอันดับแรกคือการทำงานภายใต้บรรยากาศบ้านหลังใหม่ที่มีความทันสมัยมากที่สุดที่อาคาร FYI Center ถนนพระราม 4 ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ภายใต้ชื่อ  Ananda Campus  ที่ต้องการเปลี่ยนให้เป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานที่เน้นการประสานความร่วมมือกัน ( Collaboration ) มีพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ร่วมกัน ทั้งเพื่อการทำงาน จุดพักผ่อนส่วนรวม และมุมทำงานส่วนตัว โดยนอกจากห้องทำงานกับห้องประชุมแล้ว ก็ยังมีมุมให้พนักงานเลือกพักผ่อนได้ตามอัธยาศัย  เพื่อลดปัญหาการสื่อสารภายใน รองรับการขยายตัวของธุรกิจ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนในบริษัทซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับออฟฟิศระดับเวิร์ลคลาสในต่างประเทศ 

 

 

นอกจากนี้ อนันดาฯ ได้สร้างสรรค์พื้นที่การทำงานให้เป็น Smart Office ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมีบทบาทในการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่นี้ โดยเป็นสำนักงานที่ชาญฉลาดที่สุดในเอเชีย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี อาทิ Samsung , Cisco , Fujisu  เราได้รวบรวมเทคโนโลยีที่ไม่เคยมีการขายนอกทวีปอเมริกาเหนือมาก่อนมาไว้ที่นี่ สำนักงานนี้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้สามารถบรรลุเป้าหมายของการเติบโตของบริษัทได้ถึง 300% ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนพนักงาน นั่นหมายถึง เป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานทุกคน

 

 

โดยอนันดาฯ เป็นบริษัทแรกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่ได้เริ่มใช้ Workplace by Facebook เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้พนักงานในองค์กรสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น (Collaboration) เพิ่มพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing ) และติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆ ภายในบริษัทในตลอดเวลา

 

 

 

อนันดาฯ ในฐานะผู้นำวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า  ซึ่งไม่ได้วางตำแหน่งเป็นเพียงผู้ประกอบการอสังหาฯ เท่านั้น หากแต่ยังมุ่งมั่นเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาการใช้ชีวิตของคนเมือง หรือ  Urban Living Solutions  ผ่านกลยุทธ์ UrbanTech เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีให้สามารถยกระดับการใช้ชีวิตของคนเมืองอย่างเป็นรูปธรรมรายแรกของไทย นำมาสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนของคนเมือง

 

 

www.ananda.co.th

 


 

ที่ตั้ง : อาคาร เอฟวายไอ เซ็นเตอร์ ชั้น 11-12 ถนนพระราม 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

พื้นที่ทั้งหมด           8,225 ตารางเมตร

พื้นที่ส่วนสำนักงาน 5,741 ตารางเมตร

พื้นที่ห้องประชุม   900 ตารางเมตร

พื้นที่ส่วนสันทนาการ 1,100 ตารางเมตร

จำนวนห้องประชุม     45 ห้อง (450 ที่นั่ง)

ห้องประชุม แบ่งเป็นขนาด XS,S, M, L, XL ตามจำนวนที่นั่งของการใช้งาน โดยใช้ชื่อห้องประชุมตามชื่อสถานีรถไฟฟ้า

 

วัฒนธรรมองค์กร (Ananda Culture)

  • เน้นการประสานความร่วมมือกัน (Collaboration)
  • เปิดโอกาสให้พนักงานได้ใช้พื้นที่ Town Hall สำหรับกิจรรมสันทนาการ หรือร่วมแบ่งปันความรู้และเรื่องราวดี ๆ ระหว่างกัน ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ ๆ 
  • พนักงานสามารถระบุเลือกที่นั่งได้ตามความต้องการในแต่ละวัน ด้วยคอนเซปต์โต๊ะทำงานแบบ Hot-Desk ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการประสานงาน และลดปัญหาที่เกิดจากการสื่อสารภายใน

 

ส่วนสันทนาการ (Recreation)

  • สร้างสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่ดีด้วยต้นไม้ ทั้งบริเวณพื้นที่ส่วนรวมและกระจายอยู่ทั่วสำนักงาน ช่วยเพิ่มออกซิเจนและอากาศที่บริสุทธิ์ให้กับพนักงาน
  • มีระบบปรับอากาศ (Fresh Air) เพื่อลดและตรวจสอบค่าของคาร์บอนไดออกไซด์ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สร้างอากาศที่ดีให้กับพนักงาน
  • จัดเตรียมอาหารกลางวันและคาเฟ่เพื่อสุขภาพจากร้าน Kloset สำหรับพนักงานทุกคน
  • มุมพักผ่อนส่วนตัว (Nap Pod)
  • มีมุมพักผ่อนหรือทำงานส่วนตัว (Quiet Zone) สร้างสมาธิที่ดีในการทำงาน

 

สร้างสมดุลย์ให้กับการทำงาน (Work and Play)

  • พื้นที่ทำงานส่วนตัวหลากหลายรูปแบบ (Private Working Zone) โต๊ะส่วนกลางที่สามารถใช้เป็นที่ประชุมกลุ่มย่อยได้โดยไม่ต้องเข้าห้องประชุม หลุดจากกรอบการทำงานในรูปแบบเดิม ๆ และเพิ่มแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงาน
  • กำแพงที่สามารถขีดเขียน หรือสร้างงานศิลปะได้ตามต้องการ (Inspiration wall)
  • บรรยากาศการทำงานแบบผ่อนคลาย (Casual Environment)
  • สร้างบรรยากาศการทำงานให้รู้สึกผ่อนคลาย ด้วยงานศิลปะบนกำแพง (Wall Art) จากศิลปินสตรีทอาร์ท (Street Art) โดย Rukkit , P7 , Wais One
  • แต่งกายแบบลำลอง (Smart Casual) และรองเท้าผ้าใบ (Sneakers) ลดความเป็นทางการสร้างบรรยากาศการทำงานแบบคนรุ่นใหม่

 

สำนักงานที่ชาญฉลาดที่สุดในเอเชีย (Smart Office)

การลงทะเบียนทางออนไลน์ (Smart Registration System)

ระบบการลงทะเบียนเพื่อจองโต๊ะทำงาน และห้องประชุมผ่านแอพพลิเคชั่นทางสมาร์ทโฟน เว็บไซต์ หรือ คิออส (Smart Kiosk) ช่วยให้พนักงานมีความสะดวกสบายในการจองห้องประชุม และสามารถจองห้องประชุม หรือเลือกที่นั่งทำงานได้แม้ไม่ได้อยู่ออฟฟิศ

 

ห้องประชุมที่พร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและเทคโนโลยี (Smart Meeting Room)

  • ระบบการประชุมทางไกลด้วยภาพและเสียง (Video Conference - WebEx) ผ่านอุปกรณ์กล้องในห้องประชุม คอมพิวเตอร์ หรือมือถือ ระบบถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทางเข้ามาประชุม และเพิ่มความสะดวกในการติดต่อสื่อสารสำหรับผู้ประชุมที่อยู่กันคนละสถานที่
  • กระดานอัจฉริยะ (E-board) ที่สามารถจับวาง หรือโยกย้ายเนื้อหาโดยใช้การสัมผัสจากหน้าจอ สร้างบรรยากาศการประชุมแบบมีส่วนร่วม (Interact) ผู้เข้าประชุมสามารถเชื่อมต่อเนื้อหาการประชุมจากอุปกรณ์สมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ต ต่อเข้ากับหน้าจอกระดาน E-Board ได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อสาย (Wireless Screen Sharing – WePresent)

โซลูชั่นการพิมพ์แบบอัจฉริยะ (Smart Printing Solution)

  • การสั่งงานพิมพ์ผ่านสมาร์ทโฟน (Mobile Printing) โดยการผ่านระบบซอฟแวร์ชื่อ Send Anywhere หรือ Cloud ช่วยในการจัดเตรียมงานพิมพ์และสั่งพิมพ์ได้จากเครื่องสมาร์ทโฟนแม้ไม่ได้อยู่ออฟฟิศ พร้อมรับงานได้ทันทีที่หน้าเครื่องพิมพ์เมื่อเดินทางมาถึง
  • ฟังก์ชั่นรักษาความปลอดภัยของเอกสารสำคัญ (Secure Print) เอกสารจะถูกพิมพ์ก็ต่อเมื่อผู้สั่งงานแตะบัตรพนักงานที่ตัวเครื่องพิมพ์ ช่วยป้องกันเอกสารสูญหายหรือข้อมูลสำคัญในเอกสารถูกเปิดเผย
  • ฟังก์ชั่นแก้ไขเอกสารที่หน้าเครื่องพิมพ์ (Smart UX) ช่วยให้การทำงานคล่องตัวมากขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลากลับไปแก้ไขงานที่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์อีก

 

Jabber แอพพลิเคชั่นที่รวบรวมเอาทุกการสื่อสารมาไว้ในโปรแกรมเดียว

แอพพลิเคชั่น ที่รวบรวมทุกระบบการสื่อสาร ทั้งทางภาพ เสียง ข้อความสั้น การแชร์หน้าจอ การประชุม ไว้ในโปรแกรมเดียว โปรแกรม  Jabber  นี้จะถูกติดตั้งที่สมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ของพนักงานทุกคน เพื่อให้พนักงานทุกคนสามารถเข้าถึงการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน

 

อนันดาฯ เป็นบริษัทแรกในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่ได้เริ่มใช้ Workplace by Facebook เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยให้พนักงานในองค์กรสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น (Collaboration) เพิ่มพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing ) และติดตามข่าวสารกิจกรรมต่างๆภายในบริษัทในตลอดเวลา

 

TAGSNews&EventComing upAnanda Development