Karl the King

BY Kerorina

  • 15 มีนาคม 2562
  • 14,612

19.02.2019โลกแฟชั่นสูญเสียอีกหนึ่งบุคคลสำคัญ ที่มีฝีมือระดับมาสเตอร์ ผู้ซึ่งรังสรรค์สิ่งสวยงามตระการตาอยู่เสมอ และยังเป็นไอดอลให้กับเหล่าดีไซนเนอร์ และอินสไปร์ให้กับผู้คนอีกมากมาย - - ใช่แล้ว เรากำลังพูดถึงการจากไปของ Karl Lagerfeld ในวัย 85 ปี

 

เราอยากชวนให้คุณมาท่องกาลเวลาฉบับย่อไปกับเรา เพื่อร่วมระลึกถึงคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ และผลงานของเขาไปด้วยกันอีกสักครั้ง

 

1933 คือปีที่ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ กำเนิด (10 กันยายน 1933) และหลายคนอาจไม่รู้ ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนเยอรมันไม่ใช่คนฝรั่งเศส เพราะภาพจำของพวกเราคือ เหมือนกับว่าทั้งชีวิตของเขานั้นอยู่แต่ที่ปารีส

 

1940 เป็นช่วงเวลาโดยประมาณที่เขาเข้าเรียนที่โรงเรียน Lycée Montaigne ที่ปารีส โดยเรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และศิลปะ

 

1954 เขาชนะการประกวดรางวัลด้านงานดีไซน์ Wool Secretariat’s Design Competition (ในปัจจุบันคือ รางวัล The Woolmark Prize) และเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่เขาได้พบกับ Yves Saint Laurent และกลายมาเป็นเพื่อนรักกัน 

 

1955 เป็นปีที่เขาเริ่มก้าวเข้าสู่สายงานแฟชั่นเต็มตัว โดยทำงานเป็นผู้ช่วยของ Pierre Balmain เป็นเวลา 3 ปี 

 

1958 เขาได้เป็น Artistic Director ของแบรนด์ Jean Patou และได้ทำงานออกแบบที่ฉีกกฎเดิมๆ ของเสื้อผ้าแบบกูตูร์

 

1960 เป็นช่วงเวลาเขาเริ่มทำงานเป็นฟรีแลนซ์ และเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ร่วมงานกับแบรนด์ Chloé (1960-1990) และได้ริเริ่มทำคอลเลคชั่นเสื้อผ้าแบบ Ready - to - wear ซึ่งเรียกได้ว่าเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกกับแบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติฝรั่งเศสอย่างโคลเอ้

 

1965 Fendi แบรนด์อิตาเลียนที่โด่งดังทางด้านการผลิตโค้ตเฟอร์ ได้ทาบทามให้ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ มาช่วยดูแลงานดีไซน์ ซึ่งการทำงานที่เฟนดินี้ เขาทำต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน และคอลเลคชั่นสุดท้าย AW 2019 ของเขากำลังจะเดินโชว์ที่ Milan Fashion Week และนั่นเท่ากับว่าเขาทำงานกับครอบครัว Fendi มามากกว่าครึ่งศตวรรษ

 

1983 คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ได้รับการร้องขอจากแบรนด์ Chanel ให้ช่วยมาชุบชีวิตแบรนด์ เพราะแบรนด์นั้นหยุดนิ่งเกินไปหลังจากการเสียชีวิตของ โคโค ชาเนล เมื่อปี 1971 - - และแน่นอนชาเนลกลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอีกครั้งด้วยฝีมือของเขา ในช่วงเวลของยุค 80s – 90s ทั้งการรีดีไซน์กระเป๋าคลาสสิค 2.55 ที่มาพร้อมโลโก้ใหม่ ตัวอักษรซีไขว้ หรือการจับเอาผ้าทวี้ตมารีดีไซน์ให้โมเดิร์นขึ้นสดใหม่ขึ้น เขาทำงานกับชาเนลมาทั้งหมด 36 ปี

 

 

1984 เขาเปิดแบรนด์ของตัวเอง ภายใต้ชื่อ Karl Lagerfeld มีสัญลักษณ์เป็นรูปพัด และ อักษรย่อ KL

 

 

1990 และก่อนหน้า เป็นช่วงที่เขาเริ่มถ่ายรูป ถ้าใครเป็นแฟนของเขาต้องรู้แน่นอนว่า คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ชอบถ่ายรูปมาก เรียกได้ว่าช่างภาพเป็นอาชีพที่สอง รองจากการเป็น อาร์ทิสติค ไดเร็คเตอร์เลยทีเดียว ทั้งถ่ายแคมเปญผลงานดีไซน์คอลเลคชั่นของตัวเองที่ทำกับแบรนด์ทั้งชาเนล เฟนดิ และ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ อีกทั้งกำกับภาพยนตร์สั้นให้กับชาเนล และรวมไปถึงการถ่ายภาพแฟชั่นลงแมกกาซีนดังอย่างโว้ก , ฮาเปอร์ บาซาร์ และ มาดาม ฟิกาโร และนั่นยังไม่รวมถึงการถ่ายแคมเปญให้ลูกค้าอีกหลากหลายแบรนด์อย่างเช่น Coca-Cola หรือ Adidas

 

1991 โลกแฟชั่นสะเทือนกับคอลเลคชั่นสไตล์ Hip - Hop ของแบรนด์ลักซัวรี่อย่างชาเนล ซึ่งนั่นเป็นอีกหนึ่งภาพจำที่คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ทำให้กับแบรนด์ เพราะปัจจุบันแฟชั่นนิสต้าสายวินเทจทั้งหลายก็ยังอยากหาของจากคอลเลคชั่นนั้นมาครอบคอรง

 

2001 เป็นที่ฮือฮากันมากที่อยู่ๆ เขาก็ลดน้ำหนักลงไปถึง 42 กิโลกรัม เหตุเป็นเพราะเขาต้องการจะใส่กางเกงสกินนี ของ Dior Hommeที่ดีไซน์โดย Heidi Slimane ให้ได้ และเขาเคยกล่าวไว้ว่า "Dieting is the only game where you win when you lose!" 

 

2004  ก้าวเข้าสู่สายสตรีท ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ดีไซน์เนอร์ระดับมาสเตอร์แห่งวงการลักซัวรี่ มาร่วมทำงานคอลแลปกับแบรนด์สตรีทแฟชั่นอย่าง H&M 

 

2007 คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ นำพา Fendi บุกสู่ประเทศจีน โดยจัดโชว์คอลเลคชั่นขึ้นที่กำแพงเมืองจีน ถือเป็นงานแฟชั่นโชว์ครั้งใหญ่และครั้งแรกที่จัดขึ้นบนนั้น มีเหล่าดารา และคนดังมากมายจากทั่วโลกไปร่วมงาน ซึ่งเป็นงานที่โด่งดังและได้รับการกล่าวถึงกันอย่างมาก 

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by Choupette Lagerfeld (@choupettesdiary) on

2011 Choupette แมวสายพันธุ์ Bermis ก็ได้ก้าวเข้ามาสู่ชีวิตของเขา และแน่นอนชูเพ็ทท์กลายเป็นแมวเซเลบริตี้ มีทวิตเตอร์แอคเคาน์ อินสตาแกรมแอคเคาน์เป็นของตัวเอง ชื่อ  @choupettesdiary อีกทั้งยังรับงานถ่ายแบบต่างๆ อีกมากมายด้วย

 

2012 ปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ Karl Lagerfeld ให้เป็นอย่างที่เราเห็นกันในปัจจุบัน

 

2014  Barbie Lagerfeld ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกับ Barbie และผลิตขึ้นเพียง 999ตัว เป็นตุ๊กตาบาร์บี้ที่แต่งตัวเหมือนคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ตั้งแต่ สวมเชิ้ตคอตั้งสีขาว สวมสร้อย ใส่แว่นกันแดด ใส่สูทดำ ถุงมือหนัง บู๊ตหนัง หิ้วกระเป๋าหนัง และแน่นอนต้องรวบผมทรงหางม้าเช่นกัน จะเชื่อกันไหมว่าราคาประมูลในอีเบย์ตอนนี้ เริ่มที่หลักแสนบาทไปจนถึงสี่แสนบาท 

 

2014  เป็นที่รู้กันดีว่า คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ มักจะเสก Grand Palais แลนด์มาร์คแห่งปารีส ให้กลายเป็นฉากหลังสุดอลังการสำหรับโชว์ของเขาที่ชาเนล และ FW 2014 ก็เป็นอีกโชว์ที่ทุคนตื่นเต้นกันมาก กับการที่กรองด์ ปาเลส์ ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต ที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ นานาที่ติดฉลากแบรนด์ชาเนล

 

2017 Chanel Data Center คือคอลเลคชั่น Spring 2017 ที่เปิดโชว์ด้วยนางแบบในคราบของหุ่นแอนดรอยด์ ที่สวมชุดผ้าทวี้ต ถือเป็นอีกคอลเลคชั่นที่เขาสร้างสีสันให้กับแฟชั่นวีคปีนั้นเลยทีเดียว แต่นั่นคงยังไม่พอ กับคอลเลคชั่น Fall 2017 ที่กรองด์ ปาเลส์ ถูกทำให้เป็นฐานปล่อยยานอวกาศ - - ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอกับการปล่อยจรวดที่รันเวย์แฟชั่น แต่นี่แหละคือ ความจีเนียสของคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ผู้ที่มีความล้ำไปกว่าใครๆ เสมอ

 

 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 

A post shared by KARL LAGERFELD (@karllagerfeld) on

 

2018 กับChanel Métiers d'Art 2018/19 ที่จัดขึ้นในTemple of Dendur ที่ The Met Museum of Artที่นิวยอร์ก น่าจะเป็นโชว์สุดท้าย ที่คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ปรากฏตัวหลังจบโชว์

 

2019 ในที่สุดเราก็ต้องบอกลา Karl Lagerfeld และนับเป็นปรากฏการณ์อีกเช่นกันที่ทุกคนพร้อมกันไว้อาลัยให้กับเขา โดยไม่มีการคำนึงถึงค่าย หรือความแบ่งแยกแบรนด์ใดๆ ดูได้จากโซเชี่ยลแอคเคานต์ของแบรนด์ดังต่างๆ ก็ร่วมไว้อาลัยกับการจากไปของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ไปด้วยกัน

 

 

Goodbye Mr. Karl Lagerfeld ♥♥